ไทยจะเดินตามโลกหรือไม่? เมื่อหลายประเทศเริ่มห้ามเด็กต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย

การใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์กำลังกลายเป็นเรื่องปกติของคนทุกวัย รวมถึงเด็กและเยาวชน แต่ในหลายประเทศทั่วโลก บทสนทนาเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กกำลังเปลี่ยนจากการให้คำแนะนำ มาเป็นการออกกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล
ประเด็นดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจในประเทศไทยมากขึ้น หลังสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยข้อมูลว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตคิดเป็น 93.10% ของประชากร และใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 7 ชั่วโมง 54 นาทีต่อวัน ขณะที่เด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 72.6% ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย การเรียนรู้ และสุขภาพจิต
นอกจากนี้ เด็กและเยาวชนยังเผชิญความเสี่ยงจากการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การคุกคามทางเพศ การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสม และการพนันออนไลน์ที่แพร่กระจายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้ สสส. จึงเตรียมศึกษาผลกระทบและความเป็นไปได้ในการผลักดันมาตรการจำกัดการใช้สื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชนไทย โดยนำตัวอย่างจากต่างประเทศมาประกอบการพิจารณา หนึ่งในนั้นคือออสเตรเลียที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีระบบตรวจสอบอายุผู้ใช้งานอย่างเข้มงวด
ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดียตามเกณฑ์อายุ แต่มีมาตรการด้านกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์ การเพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการล่อลวงทางเพศ การคุกคาม การแบล็กเมลทางเพศ และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์
แนวทางดังกล่าวทำให้เห็นว่า ไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมและลดความเสี่ยงจากการใช้งานสื่อดิจิทัล มากกว่าการกำหนดข้อห้ามในการเข้าถึงแพลตฟอร์มโดยตรง
ในต่างประเทศ หลายรัฐบาลเริ่มใช้มาตรการเข้มข้นมากขึ้น ออสเตรเลียกำหนดอายุขั้นต่ำ 16 ปี สำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย ฝรั่งเศสกำหนดอายุขั้นต่ำ 15 ปี ส่วนอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่เดินหน้ามาตรการลักษณะนี้ กำหนดห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มีบัญชีบนแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X
ขณะที่โปรตุเกสเลือกใช้แนวทางที่เปิดช่องให้เด็กอายุ 13-16 ปี สามารถใช้งานได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองผ่านระบบยืนยันตัวตนของรัฐ ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ไม่สามารถเข้าถึงบริการดังกล่าวได้
สิ่งที่เกิดขึ้นในหลายประเทศไม่ได้มุ่งจำกัดบทบาทของเด็กในโลกดิจิทัลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเพิ่มหน้าที่ให้แพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชน ผ่านระบบตรวจสอบอายุ การยืนยันตัวตน และมาตรการคุ้มครองเด็กที่เข้มงวดมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย หากมีการพิจารณาแนวทางเดียวกันในอนาคต ยังมีหลายประเด็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม ทั้งความพร้อมของระบบยืนยันอายุ กลไกกำกับดูแล การบังคับใช้กับแพลตฟอร์มต่างชาติ รวมถึงผลกระทบต่อการเข้าถึงข้อมูล การศึกษา และการพัฒนาทักษะดิจิทัลของเด็กและเยาวชน
การกำหนดอายุขั้นต่ำในการใช้โซเชียลมีเดียจึงเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา เทคโนโลยี และกฎหมาย ขณะที่หลายประเทศเริ่มเดินหน้าใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว ประเทศไทยยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาความเป็นไปได้และรับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน ก่อนกำหนดทิศทางนโยบายในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
