EPG ต่อ“เราเที่ยวด้วยกัน” ชูบรรจุภัณฑ์รับอานิสงส์

EPG ต่อ“เราเที่ยวด้วยกัน” ชูบรรจุภัณฑ์รับอานิสงส์
ทันหุ้น
15 ตุลาคม 2563 ( 08:30 )
18
EPG ต่อ“เราเที่ยวด้วยกัน” ชูบรรจุภัณฑ์รับอานิสงส์

ทันหุ้น –สู้โควิด – EPG รับอานิสงส์รัฐขยายสิทธิ์โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ยาวถึงมกราคม 2564 หนุนออเดอร์บรรจุภัณฑ์พุ่ง บิ๊ก “เฉลียว วิทูรปกรณ์”มองธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เร่งออกสินค้าใหม่ รุกขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ฟื้น พร้อมวางเป้ารายได้งวดปีนี้ที่ 9 พันล้านบาท ด้านโบรกชูสตอรี่เด่น เคาะพื้นฐาน 5.50 บาท

 

ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยว่า จากประเด็นที่ล่าสุดทางคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติขยายระยะเวลาโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" จากเดิมที่จะสิ่นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เป็นไปจนถึง 31 มกราคม 2564 นั้นบริษัทมองว่าน่าจะถือเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศ รวมทั้งยังน่าจะกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้คำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ “EPP” ขยายตัว

 

อย่างไรก็ดี บริษัทประเมินว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่งวดบัญชีไตรมาส 1/2564 (เม.ย.-มิ.ย.63) และน่าจะได้เห็นภาพรวมช่วงที่เหลือปีนี้ปรับตัวดีขึ้น หลังแนวโน้มออเดอร์ในส่วนต่างๆ ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนธุรกิจอุปกรณ์ตกแต่งชิ้นส่วนยานยนต์ (AEROKLAS) ที่เริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจน หลังผู้ประกอบค่ายรถยนต์ได้มีการเริ่มกลับมาเดินกำลังผลิตมากขึ้น

 

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในงวดบัญชีปี 2564 (เม.ย. 63- มี.ค.64) บริษัทยังคงประมาณการรายได้ไว้ที่ราว 9 พันล้านบาท เพราะมองออเดอร์ในช่วงที่เหลือปีนี้ยังมีทิศทางที่ดี หลังธุรกิจมีการออกสินค้าใหม่เพิ่มเติม ประกอบกับมีการขยายฐานลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง

 

*ชิ้นส่วนยานยนต์ฟื้น

 

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุถึง EPG ว่า มีมุมมองเป็นบวก เนื่องจากคาดกำไรงวดบัญชีไตรมาส 2/2564 (ก.ค.-ก.ย.63) จะฟื้นตัว เนื่องจากได้แรงหนุนจากธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ โดยกำลังการผลิตของชิ้นส่วนยานยนต์เป็นชิ้นส่วนรถกระบะขนาด 1 ตัน ซึ่งฟื้นตัวในรูปแบบ V-shape นับตั้งแต่เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งแนวโน้มนี้จะต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2563 ส่วนรายได้ธุรกิจยางฉนวนและบรรจุภัณฑ์ยังมีทิศทางทรงตัว แต่มองอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นสำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ หลังธุรกิจสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น

 

โดยการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของ EPG ในกลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ฝาครอบกระบะ (deck cover), พื้นปูกระบะ (bed liner), แท่นเหยียบด้านข้าง (side-step) และ canopy (เพื่อส่งออกเท่านั้น) ซึ่งใช้ในการผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน โดยการผลิตและยอดขายในประเทศแสดงถึงการฟื้นตัวแบบ V-shape ตั้งแต่ เมษายน 2563

 

*สตอรี่เด่นเป้า 5.5 บาท

 

อย่างไรก็ตาม แม้การลงทุนภาคเอกชนที่อ่อนแอส่งผลต่อรายได้ในประเทศลดลง แต่ยอดขายส่งออกเติบโตเล็กน้อย ซึ่งชดเชยตลาดในประเทศที่อ่อนแอได้บางส่วน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับที่ 44% ใกล้เคียงกับงวดบัญชีไตรมาสก่อนหน้าา

 

อีกการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งจะทำให้มียอดขายบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นที่ราว 1% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะฟื้นตัวสู่ระดับ 18%ได้ในช่วงงวดบัญชีไตรมาส 2/2564 เนื่องจากโปรโมชั่นลดลง EPG และจะมีการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกราว 5 ล้านบาท จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรงวดบัญชีไตรมาส 2/2564 ไว้ราว 162 ล้านบาท เติบโค 113% จากช่วงไตรมาสก่อนหน้า

 

ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับการฟื้นตัวในธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์, รายได้ยางฉนวนและอัตรากำไรขั้นต้นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง แต่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยังอ่อนแอ คิดเป็น 17% ของรายได้ทั้งหมด และจะได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ถูก หนุนอัตรากำไรขั้นต้นอีก 2 ปีข้างหน้า ตลอดจนปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจที่แข็งแกร่ง จึงทำให้ทางฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น EPG ให้ราคาเป้าหมาย 5.50 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง