รีเซต

กลุ่มโรงกลั่นเงินปันผลยังน่าสนใจ แม้มีความเสี่ยงขาดทุนในระยะสั้น Top pick BCP, SPRC, TOP

กลุ่มโรงกลั่นเงินปันผลยังน่าสนใจ แม้มีความเสี่ยงขาดทุนในระยะสั้น Top pick BCP, SPRC, TOP
ทันหุ้น
20 มิถุนายน 2569 ( 05:00 )
9

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #กลุ่มโรงกลั่นเงินปันผลยังน่าสนใจ แม้มีความเสี่ยงขาดทุนในระยะสั้น Top pick BCP, SPRC, TOP

CGS International Securities (CGSI) ระบุว่า ปัจจัยหนุนของกลุ่มโรงกลั่นไทยเริ่มเปลี่ยนจาก crack spread ของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ไปสู่ต้นทุนน้ำมันดิบที่ลดลง หลัง crack spread ในเอเชียมีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 อย่างไรก็ตาม crude premium ที่ลดลงคาดว่าจะช่วยพยุงค่าการกลั่นตลาด (GRM) ในช่วงปลายไตรมาส 3/2569 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4/2569

CGSI ระบุว่า บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ยังมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากกำไรสต็อกน้ำมันในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 เนื่องจากการจัดหาน้ำมันดิบมีระยะเวลานำเข้า (lead time) ค่อนข้างนาน แม้ผลบวกดังกล่าวอาจถูกหักลบบางส่วนจากขาดทุนสต็อกน้ำมันในเดือนมิถุนายน 2569 ขณะที่คาดว่า GRM ของ BCP จะยังแข็งแกร่งที่ระดับ 15-17 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/2569 เทียบกับ 15.4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 1/2569 แม้มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดย CGSI แนะนำ “ADD” ราคาเป้าหมาย 41 บาท เทียบราคาปิดล่าสุดที่ 33 บาท

ด้าน บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ได้รับมุมมองเชิงบวกจากฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนในระดับต่ำ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลยังน่าสนใจที่ประมาณ 8% แม้บริษัทมีความเสี่ยงขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3/2569 จากแรงกดดันของขาดทุนสต็อกน้ำมันและ crack spread ที่ลดลง โดย CGSI ให้คำแนะนำ “ADD” ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท เทียบราคาปิดล่าสุดที่ 7.05 บาท

ส่วน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP คาดว่าจะมี GRM สูงถึง 17-18 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/2569 อิงจาก crack spread น้ำมันดีเซลในช่วง 2QTD อย่างไรก็ตาม GRM มีแนวโน้มลดลงในไตรมาส 3/2569 ตาม crack spread ของน้ำมันสำเร็จรูปที่อ่อนตัว ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 4/2569 จาก crude premium ที่ลดลง โดย CGSI คงคำแนะนำ “HOLD” ราคาเป้าหมาย 51 บาท เทียบราคาปิดล่าสุดที่ 45 บาท

รายงานระบุว่า crack spread ของน้ำมันสำเร็จรูปในเอเชียเริ่มอ่อนตัวลงหลังผ่านจุดสูงสุดในเดือนเมษายน 2569 จากก่อนหน้านี้ที่ได้รับแรงหนุนจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นหลายแห่ง และข้อจำกัดด้านการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม แม้อุปทานน้ำมันดิบเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ crack spread ของผลิตภัณฑ์ middle distillate และน้ำมันเบนซินยังมีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี จากระดับสต็อกน้ำมันในสิงคโปร์และสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

CGSI มองว่าราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเริ่มส่งผลต่อภาวะ “demand destruction” โดยเฉพาะการใช้น้ำมันในภาคขนส่ง ขณะที่อุปสงค์วัตถุดิบปิโตรเคมียังอ่อนแอ ส่งผลให้คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลกจะลดลง 350,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2569

ในด้านอุปทาน ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้หลายโครงการโรงกลั่นใหม่ในจีนและตะวันออกกลางล่าช้า ทำให้กำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นจริงในปี 2569 อาจอยู่เพียง 496,000 บาร์เรลต่อวัน ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 727,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่สมดุลตลาดน้ำมันสำเร็จรูปในปี 2570 มีแนวโน้มดีขึ้น หลังคาดว่ากำลังการกลั่นจะเพิ่มขึ้นราว 529,000 บาร์เรลต่อวัน เทียบกับอุปสงค์น้ำมันสำเร็จรูปที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้ ความคาดหวังต่อข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อาจกดดันราคาขายอย่างเป็นทางการ (OSP) ของน้ำมันดิบตะวันออกกลางให้ปรับลดลงตั้งแต่ cargo ส่งมอบเดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยลด crude premium และเป็นปัจจัยบวกต่อ GRM ของโรงกลั่นไทยในไตรมาส 4/2569 แม้ crack spread ของน้ำมันสำเร็จรูปจะเริ่มผ่านจุดสูงสุดของวัฏจักรไปแล้ว

CGSI ยังคงน้ำหนักการลงทุน “Neutral” ต่อกลุ่มโรงกลั่นไทย เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับขาดทุนสต็อกน้ำมันในระยะสั้นอาจกดดันราคาหุ้น อย่างไรก็ตาม upside risk ยังมาจาก crack spread น้ำมันดีเซลที่อาจสูงกว่าคาด ขณะที่ downside risk สำคัญคือการกลับมาส่งออกน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินของจีน หากรัฐบาลจีนผ่อนคลายมาตรการจำกัดการส่งออก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง