รีเซต

เปิดบิลภาษีคาร์บอน เมื่อ พ.ร.บ. โลกร้อน ล้วงกระเป๋าเงินกำไรของคุณ

เปิดบิลภาษีคาร์บอน เมื่อ พ.ร.บ. โลกร้อน ล้วงกระเป๋าเงินกำไรของคุณ
ทันหุ้น
21 มิถุนายน 2569 ( 17:30 )

#ทันหุ้น-ผู้อ่านทุกท่านคะ ลองกดเครื่องคิดเลขเล่นๆ ดูสิคะว่า ถ้าพรุ่งนี้รัฐบาลเดินเข้ามาเก็บภาษีคาร์บอน จากควันที่ปล่อยออกจากปล่องโรงงานหรือน้ำมันที่ท่านเติมในระบบขนส่ง ในราคา 200 บาทต่อตัน ท่านจะต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่มปีละกี่ล้านบาทและคำถามที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ท่านจะผลักภาระต้นทุนก้อนใหม่นี้ไปให้ลูกค้า หรือจะยอมให้มันมากัดกินกำไรสุทธิของท่านเอง

ในบทความที่ผ่านมา ดิฉันพยายามชี้ชวนให้ท่านเห็นโอกาสและผลกำไร จากการปรับตัวสู่ Green Tech มาตลอด แต่วันนี้ ดิฉันจำใจต้องพูดเรื่องจริงที่กำลังจะฟาดลงมาบนหลังธุรกิจไทยมาเล่าให้ฟังค่ะ หลายท่านอาจคิดว่าภาษีคาร์บอนเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของยุโรป แต่ความจริงคือมันมาเคาะประตูหน้าบ้านเราแล้วค่ะ และนี่คือเรื่องอัพเดตล่าสุด ที่เราต้องรู้ก่อนที่จะสายเกินไป คือไทยติดอันดับ 17 ของโลก ประเทศที่เสี่ยงวิกฤติสภาพอากาศที่สุด ซึ่งนี่ไม่ใช่ตัวเลขขู่ให้กลัว แต่เป็นข้อมูลอัพเดตล่าสุดจาก Climate Risk Index (CRI 2026) ที่ระบุว่า ประเทศไทยขยับอันดับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศแย่ลงอย่างน่าตกใจ จากอันดับ 72 ในปี 2022 ทะยานขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 17 ของโลกในปีนี้ พายุ น้ำท่วมฉับพลัน หรือคลื่นความร้อนที่ท่านเห็นบ่อยขึ้น ไม่ได้แค่กระทบการใช้ชีวิต แต่หมายถึง Supply Chain ที่สะดุด และต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตรที่พุ่งสูงขึ้น เมื่อประเทศมีความเสี่ยงระดับชาติ รัฐบาลจึงบังคับให้ต้องออกกฎหมายมาควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเด็ดขาดค่ะ

พ.ร.บ. โลกร้อน และ ภาษี 200 บาทต่อตัน นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ ปัจจุบัน ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Act) ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นและเตรียมบังคับใช้จริงในต้นปี 2570 ซึ่งนั่นทำให้ปีนี้คือ ปีสุดท้ายของการซ้อมใหญ่ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดซ่อนอยู่ในหมวดของการจัดเก็บภาษีคาร์บอน ซึ่ง ครม. ได้เคาะหลักการนำร่องออกมาแล้วที่อัตราประมาณ 200 บาทต่อตันคาร์บอน โดยเริ่มจากภาคพลังงานและขนส่งก่อน และมีแผนที่จะขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมไปถึงภาคการผลิตอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ ถ้าโรงงานของท่านยังใช้เครื่องจักรเก่ากินไฟ หรือมีระบบโลจิสติกส์ที่พึ่งพาน้ำมันดีเซลเป็นหลัก ต้นทุนภาษีตัวนี้จะโผล่ขึ้นมาเป็นบรรทัดใหม่ในงบกำไรขาดทุนของท่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดิฉันแนะนำ เตรียมตัวรับมือระบบใครลดได้มาก เอาไปขายคนลดไม่ได้ นอกจากภาษีแล้ว รัฐบาลยังมีกลไกระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเตรียมไว้ด้วย ซึ่งระบบนี้รัฐจะกำหนดเพดาน ให้แต่ละอุตสาหกรรม สมมติว่าอุตสาหกรรมท่านถูกกำหนดให้ปล่อยคาร์บอนได้แค่ปีละ 10,000 ตัน ถ้าท่านปล่อยเกิน ท่านต้องกำเงินไปหาซื้อสิทธิ จากบริษัทอื่น นั่นหมายถึงรายจ่าย แต่ถ้าท่านติดตั้ง Green Tech ตั้งแต่วันนี้ จนลดการปล่อยเหลือแค่ 7,000 ตัน ท่านจะมีโควตาเหลือ 3,000 ตัน เอาไปตั้งโต๊ะ ขาย ให้คู่แข่งที่ปรับตัวไม่ทันได้ในราคาแพงๆ ซึ่งนี่คือรายได้

วิธีการรับมือที่ดีที่สุด ไม่ใช่การไปเดินขบวนประท้วงกฎหมาย แต่คือการทำราคาคาร์บอนภายในองค์กร ดิฉันแนะนำให้ท่านทดลองบวกต้นทุน 200 บาท ต่อการปล่อยคาร์บอนทุกๆ 1 ตัน เข้าไปในการประเมินจุดคุ้มทุนก่อนซื้อเครื่องจักรใหม่ทุกครั้ง ท่านจะเห็นภาพทันทีว่า เทคโนโลยีเครื่องจักรที่ราคาถูกแต่กินไฟและปล่อยมลพิษ เมื่อบวกภาษีตัวนี้เข้าไป มันจะกลายเป็นตัวเลือกที่แพงที่สุด ในระยะยาวทันที ปีนี้ คือโค้งสุดท้ายแห่งการเตรียมตัวค่ะ ธุรกิจไหนที่ติดตั้ง Green Tech เสร็จก่อน กฎหมายนี้จะไม่ใช่ต้นทุน แต่จะเป็นอาวุธ ที่ใช้ฟาดฟันคู่แข่งที่ปรับตัวไม่ทันได้อย่างชอบธรรมที่สุดค่ะ พบกันในบทความหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

ชมพู่ อิสรีย์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง