“4 บิ๊กเทคจีน” เลือกไทย ฐานการผลิต สู่ยุค “โชติช่วงชัชวาล”

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ประเมินว่าการหารือครั้งนี้จะดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยรวมกว่า 70,000 ล้านบาท จาก 4 บริษัท ได้แก่ ChangAn Automobile ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า, Xiaomi Corporation เจ้าของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะ, InnoLight Technology และ Eoptolink Technology สองผู้นำโลกด้านอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงที่เป็นฮาร์ดแวร์คอขวดของดาตาเซ็นเตอร์และระบบเอไอ
นายอนุทินเปรียบปรากฏการณ์นี้กับยุคทศวรรษ 1980 ที่กลุ่มทุนญี่ปุ่นหลั่งไหลเข้ามาตั้งฐานการผลิตในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ด ต่างกันตรงที่รอบนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า ชิปเอไอ และหุ่นยนต์อัจฉริยะ
4 บิ๊กเทคจีนที่เลือกไทยเป็นฐานผลิต
การเยือนจีนของนายอนุทินระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ครอบคลุม 3 เมืองสำคัญ คือ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และปักกิ่ง โดยวันที่ 18 กรกฎาคม นายกฯ พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดโต๊ะหารือรายบริษัทกับผู้บริหาร 4 บริษัทชั้นนำของจีนที่นครเฉิงตู ได้แก่ Xiaomi Corporation, ChangAn Automobile, InnoLight Technology และ Eoptolink Technology
ทั้ง 4 บริษัทกระจายอยู่ใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ ยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อัจฉริยะ (ChangAn และ Xiaomi) กับอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์หรืออุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูงสำหรับดาตาเซ็นเตอร์เอไอ (InnoLight และ Eoptolink)
ฉางอาน ปักฐาน EV ครบวงจรที่ระยอง
ChangAn Automobile เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 4 ของจีน มีประวัติยาวนานกว่า 160 ปี ปัจจุบันจำหน่ายในกว่า 115 ประเทศ ภายใต้แบรนด์ DEEPAL, AVATR และ NEVO ตามข้อมูลบีโอไอ ฉางอานเลือกไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกที่ลงทุนสายการผลิตเต็มรูปแบบด้วยตัวเองทั้งหมดนอกประเทศจีน เพื่อผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาป้อนตลาดอาเซียนและตลาดโลก ด้วยมูลค่าลงทุน 10,000 ล้านบาท
บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตจาก 100,000 คันต่อปี เป็น 200,000 คันต่อปี ภายในปี 2573 พร้อมจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทยเพื่อดูแลบริษัทในกลุ่มกว่า 40 แห่งทั่วโลก และตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ
สองยักษ์โฟโตนิกส์ หัวใจฮาร์ดแวร์เอไอโลก
InnoLight Technology เป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดโลกอันดับ 1 ด้านอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสง (Optical Transceiver) ผลิตโมดูลระดับ 400G, 800G และ 1.6T ป้อนบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Google, NVIDIA, Meta และ Amazon โดยลงทุนในไทยผ่านบริษัท เทราฮอป (ไทยแลนด์) จำกัด มูลค่ากว่า 35,800 ล้านบาท มีฐานผลิตในจังหวัดสระบุรีและพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันจ้างงานคนไทยกว่า 12,000 คน ในจำนวนนี้เป็นวิศวกรไทยกว่า 1,500 คน และในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มการจ้างงานเป็น 20,000 คน พร้อมแผนตั้งโรงงานแห่งที่ 3 ในจังหวัดสระบุรี
ส่วน Eoptolink Technology ก่อตั้งเมื่อปี 2551 ที่นครเฉิงตู เป็นผู้ผลิต Optical Transceiver รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ป้อนให้ Google, Microsoft และ Amazon โดยเลือกไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีน ปัจจุบันมีโรงงานในจังหวัดชลบุรีและระยอง มูลค่าลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท จ้างงานคนไทยกว่า 9,000 คน และมีแผนขยายกำลังการผลิตครั้งใหญ่ต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรม AI และ Cloud Data Center ทั่วโลก
เสียวหมี่ ยังเป็นการเชิญชวน มากกว่าดีลที่ปิดแล้ว
Xiaomi Corporation เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก ครองส่วนแบ่งราวร้อยละ 13 รองจาก Apple และ Samsung และเป็นผู้พัฒนาอุปกรณ์ AIoT และยานยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) อยู่แล้ว ในการหารือครั้งนี้ นายกฯ เชิญชวนให้เสียวหมี่พิจารณาขยายการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาประจำภูมิภาคในไทย ซึ่งยังอยู่ในขั้นนำเสนอศักยภาพและเชิญชวน ต่างจากอีก 3 บริษัทที่มีแผนหรือโรงงานเป็นรูปธรรมแล้ว
เม็ดเงิน 70,000 ล้านบาท มาจากไหน
รองนายกฯ เอกนิติ ให้สัมภาษณ์ที่เฉิงตูเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ว่า เม็ดเงินลงทุนที่คาดว่าจะเข้าไทยกว่า 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการต่อยอดฐานลงทุนเดิมราว 50,000 ล้านบาท และเม็ดเงินลงทุนใหม่อีกกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมเดินยุทธศาสตร์ "BOI to IPO" ผลักดันให้บริษัทข้ามชาติเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินของฝ่ายรัฐจากผลการเจรจา ยังไม่ใช่ยอดการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงและได้รับอนุมัติครบถ้วน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
