เหินน้ำ อาการนี้คืออะไร? ทำไมคนขับรถยนต์ต้องระวัง

เหินน้ำ อาการนี้คืออะไร? ทำไมคนขับรถยนต์ต้องระวัง
TeaC
15 มิถุนายน 2564 ( 12:34 )
128
เหินน้ำ อาการนี้คืออะไร? ทำไมคนขับรถยนต์ต้องระวัง

อาการเหินน้ำคืออะไร? ทำไมเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รถยนต์บนท้องถนนที่ขับขี่ในช่วงฤดูฝนประสบอุบัติเหตุจนสร้างความสูญเสียทั้งต่อตัวเองและเพื่อนร่วมเดินทาง ดังเช่นกรณีอุบัติเหตุรถสปอร์ตหรู BMW Z4 เหินน้ำข้ามเลนชนรถเก๋ง ซูซูกิ สวิฟท์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย วันนี้ TrueID ขอหยิบยกอาการเหินน้ำมาคุยกัน เพื่อให้คนรักรถที่ชอบขับขี่รถยนต์บนท้องถนนเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย แถมในช่วงฤดูฝนแบบนี้ด้วยแล้ว ถนนลื่น วิสัยทัศน์รบกวนผู่ขับขี่ทำให้การขับรถยนต์ในสถาพดังกล่าว ถ้าไม่ระมัดระวังอาจเกิดอุบัติเหตุได้อย่างง่าย 

 

สำหรับอาการรถเหินน้ำ (Hydroplaning หรือ Aquaplaning) เป็นลักษณะที่ล้อรถยนต์ไม่สัมผัสพื้นถนน ปัจจัยอาจเป็นไปได้ที่สภาพล้อยาง ดอกยางเสื่อม รวมถึงการขับรถด้วยความเร็วสูงผ่านบริเวณสภาพถนนลื่น มีน้ำท่วมขัง ส่งผลให้ล้อหมุนลอยอยู่บนน้ำ หรือเรียกว่าอาการเหินน้ำได้ ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมรถ หรือเบรคได้โดยอาการรถเหินน้ำนั้น เกิดได้บ่อยในช่วงฝนตก และอันตรายมากที่สุด ดังนั้น การลดความเร็วในการขับขี่ช่วยลดให้เกิดอุบัติเหตุลดลงได้

 

 

รู้ไว้! จะได้ระวังไม่ขับรถเสี่ยงเกิดอาการเหินน้ำ 

 

ลดความเร็ว ทุกคนรู้กันดีกว่าการขับรถในช่วงหน้าฝนต้องขับขี่อย่างระมัดระวังอย่างมาก เพราะถ้าขับรถมาด้วยความเร็วมากเท่าไร ความสามารถในการรีดน้ำของล้อรถก็จะยิ่งน้อยลง และอาการเหินน้ำก็จะเกิดได้ง่าย ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุอย่างที่ปรากฎเป็นข่าว

 

พื้นผิวถนนไม่ได้ราบเรียบทุกสาย ผู้ขับขี่ต้องเข้าใจว่าลักษณะของถนนเป็นแบบไหน เช่น เป็นพื้นคอนกรีท ผิวเรียบ ความขรุขระน้อย ส่งผลให้โอกาสที่จะเกิดอาการเหินน้ำจะมีมากกว่าพื้นถนนที่มีส่วนผสมของยางมะตอย เพราะพื้นยางมะตอยจะเกาะถนนได้ดีกว่า

 

ดอกยาง สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามอย่างมากสำหรับคนขับขี่รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ เนื่องจากลักษณะของดอกยางที่ใช้ และความลึกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะดอกยางมีหน้าที่ในการใช้วิธีรีดน้ำไปด้านข้างล้อ หากดอกยางเหลือน้อย ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะลดน้อยลงไปด้วย

 

ล้อรถยนต์ ต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นส่วนสำคัญ มาตรฐาน ซึ่งการเลือใช้ล้อรถที่มีหน้ากว้าง และยาวกว่าแบบทั่วไป โอกาสเกิดอาการเหินน้ำก็จะมีน้อยกว่า

 

น้ำหนักที่บรรทุก ไม่ควรบรรทุกของหนัก ๆ หรือตัวรถหากมีน้ำหนักมากก็มีผล เพราะเมื่อรถเกิดเสียการทรงตัว จะมีแรงเฉื่อยที่มากกว่า

 

รถเหินน้ำ รับมือตามนี้!

 

เชื่อว่าผู้ขับจะรับรู้ได้ทันทีเมื่อเกิดการเหินน้ำ สิ่งที่ต้องทำคือการตั้งสติ ค่อย ๆ ถอนคันเร่งลงช้า ๆ เพื่อเบาเครื่องยนต์ เปลี่ยนเกียร์ต่ำ จากนั้นขับขี่โดยรักษาความเร็วให้คงที่ จับพวงมาลัยให้มั่นคง จนกว่ารถจะทรงตัวได้ แล้วค่อย ๆ เบรคจนรถค่อย ๆ หยุด

 

 

6 วิธีขับรถหน้าฝน ลดเกิดรถเหินน้ำได้

 

1. มีสติในการขับรถ คาดเข้มขัด และคิดไว้เสมอว่า ช่วงหน้าฝนเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะถนนลื่น และวิสัยทัศน์การมองเห็นอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จากนั้นผู้ขับรถควรขับให้ช้าลง ถ้าฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทาง ให้หาที่จอดที่ปลอดภัย รอจนฝนซาแล้วค่อยเดินทางต่อ

 

2. อย่าแตะเบรคกะทันหัน หากเห็นทางทางโค้ง ให้ชะลอ หรือเบรคแบบเบา ๆ ล่วงหน้าก่อนที่จะถึง

 

3. จับพวงมาลัยให้แน่นอยู่เสมอ เพื่อการควบคุมรถที่ดี และแตะเบรคแบบเบา ๆ ในขณะที่ต้องลุยน้ำ

 

4. อย่าขับไปในแหล่งที่มีน้ำขัง หรือเปียกน้ำ เพราะมีโอกาสเกิดอาการเหินน้ำได้สูง สิ่งที่ไม่ควรทำคือ ห้ามเหยียบคันเร่งทันทีที่ลุยน้ำอยู่ ให้ปล่อยรถไปแบบปกติ ชะลอตัวไปเรื่อย ๆ และห้ามเหยียบเบรคเพื่อหยุดรถอย่างกะทันหันเด็ดขาด

 

5. ขับขี่รถโดยสัมผัสพื้นถนนให้มากที่สุด ใช้ความเร็วต่ำ เพราะทำให้ล้อของรถนั้นยึดเกาะกับพื้นถนนได้แนบสนิท และยังช่วยลดการไถลลื่นอีกด้วย

 

6. เช็กสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินทางทุกครั้ง  เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

 

อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุลดลงได้ แค่เพียงผู้ขับขีมีวินัย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพิ่มความปลอดภัยให้ตัวเองและยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้เพื่อนร่วมเดินทางบนท้องถนนอีกด้วย สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจและลืมไม่ได้นั่นคือ การเช็กสภาพรถยนตืก่อนเดินทางทุกครั้ง การเปลี่ยนอะไหล่เพื่อให้ตรงกับอายุการใช้งานด้วยนะ

 

 

ข้อมูล : มติชน, ข่าวสด 

 

ข่าวเกี่ยวข้อง :

 

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง