รีเซต

"ชัชชาติ VS มัลลิกา" เปรียบเทียบนโยบายเศรษฐกิจ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

"ชัชชาติ VS มัลลิกา" เปรียบเทียบนโยบายเศรษฐกิจ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569
TNN ช่อง16
24 มิถุนายน 2569 ( 10:15 )
11

เปรียบเทียบนโยบายเศรษฐกิจ "ชัชชาติ VS มัลลิกา" โจทย์ใหญ่ ปากท้องคนเมืองหลวงจะดีขึ้นได้อย่างไร?  ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

 

นับถอยหลังสู่วัน "เลือกตั้งผู้ว่ากทม. 2569" วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ เป็นอีกหนึ่งสมรภูมิการเมืองที่คนไทยต้องจับตา ไม่ใช่เพียงแค่ชาวกรุงเทพมหานครเท่านั้น เพราะนี่คือชะตา หรืออนาคตของเมืองหลวงประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในแง่ของเศรษฐกิจ คำถามสำคัญ คือ  ผู้ว่าฯ คนต่อไป จะทำงานอย่างไร ให้ปากท้องของคนกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเศรษฐกิจนี้ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความท้าทายในโลกปัจจุบัน 


TNN Wealth จึงได้รวบรวบนโยบายด้านเศรษฐกิจสำคัญ จากผู้สมัคร 2 รายที่สังคมกำลังให้ความสนใจและจับตา คือ  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 และ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 สรุปได้ดังนี้ 


"ชัชชาติ" ชู 9 นโยบายเศรษฐกิจเมือง ดันกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางลงทุน-ท่องเที่ยวระดับโลก


นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 เปิดชุดนโยบาย “เศรษฐกิจเมือง” มุ่งยกระดับกรุงเทพมหานครให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาค โดยใช้จุดแข็งด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของคนกรุงเทพฯ เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ใหม่และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับคนทุกระดับ


ในด้านการลงทุน เสนอให้ กทม. ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น BOI และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อดึงดูดบริษัทข้ามชาติ ธุรกิจเทคโนโลยี และสตาร์ทอัพจากทั่วโลกเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ผ่านระบบ Fast-track ลดขั้นตอนการขออนุญาตทางธุรกิจ รวมถึงการจัดตั้งพื้นที่ Sandbox สำหรับทดลองกฎระเบียบใหม่ และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับผู้ประกอบการไทย


พร้อมกันนี้ ยังเตรียมจัดตั้งเครือข่าย Friends of Bangkok เพื่อเชื่อมโยงนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้สร้างสรรค์จากทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ รวมถึงยกระดับแพลตฟอร์ม Invest Bangkok ให้เป็นศูนย์บริการนักลงทุนแบบครบวงจร หรือ One-Stop Service ที่รวบรวมข้อมูลด้านการลงทุน แหล่งเงินทุน พื้นที่ทำงาน และเครือข่ายธุรกิจไว้ในที่เดียว


ด้านการท่องเที่ยว ชัชชาติตั้งเป้าผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็น “เมืองแห่งอีเวนต์ระดับโลก” รองรับการจัดคอนเสิร์ต งานกีฬา เทศกาลศิลปวัฒนธรรม และการประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ตลอดทั้งปี ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก


นอกจากนี้ ยังมีแผนยกระดับ 4 เทศกาลสำคัญของกรุงเทพฯ ได้แก่ สงกรานต์ ลอยกระทง Bangkok Pride และเทศกาลเคานต์ดาวน์ปีใหม่ ให้ก้าวสู่ระดับ World Class Festival เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ พร้อมเชื่อมโยงร้านค้า ตลาด และกิจกรรมชุมชนให้ได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินท่องเที่ยวมากขึ้น


อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือการพัฒนาเศรษฐกิจ 50 ย่านทั่วกรุงเทพฯ ผ่านการส่งเสริมอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นย่านอาหาร ย่านศิลปะ ย่านประวัติศาสตร์ หรือย่านสร้างสรรค์ ควบคู่กับการปรับปรุงทางเท้า พื้นที่สาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและธุรกิจรายย่อย


ขณะเดียวกัน กทม. จะต่อยอดแพลตฟอร์ม VisitBangkok ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลการท่องเที่ยวของเมือง พร้อมจัดทำ Bangkok Pass เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงผลักดันโครงการ Bangkok Light Up พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวยามค่ำคืนและเศรษฐกิจกลางคืนในพื้นที่สำคัญของเมือง


ส่วนด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ชัชชาติเสนอจัดตั้ง Bangkok Creative IP และการประกวดมาสคอตกรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปิน นักออกแบบ และผู้ประกอบการนำอัตลักษณ์ของเมืองไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ สร้างสินค้า บริการ และลิขสิทธิ์ใหม่ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว


ทั้งนี้ นโยบายเศรษฐกิจเมืองทั้ง 9 ด้านมีเป้าหมายใช้การลงทุนจากต่างประเทศ การท่องเที่ยว เทศกาลระดับโลก และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ควบคู่กับการสร้างงาน กระจายรายได้ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยตั้งเป้าผลักดันกรุงเทพมหานครให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและเมืองแห่งโอกาสของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต



"มัลลิกา" ดันกรุงเทพฯ สู่เมืองศิวิไลซ์ อัดฉีดกู้เงินหนุน SME สร้างย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 50 เขต 


ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร. หมายเลข 14 ได้ประกาศตัวเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การให้โอกาสใครคนใดคนหนึ่งไปทำตามความฝัน แต่คือการเลือกเพื่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของคนกรุงเทพฯ กว่า 10 ล้านคน ผ่านนโยบายที่เน้นนวัตกรรมและการบริหารจัดการเชิงรุก


สำหรับนโยบายสำคัญด้านเศรษฐกิจ คือ  AI Commerce Hub เชื่อมผู้ค้า SME กับลูกค้าทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล SME จับคู่กู้เงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย Creative District 50 เขต สร้างย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประจำแต่ละพื้นที่ 


Bangkok Night Economy ส่งเสริมเศรษฐกิจกลางคืนอย่างปลอดภัย AI Traffic ลดปัญหาจราจร เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง Smart Safety & CCTV AI ยกระดับความปลอดภัย 24 ชั่วโมง Youth Innovation Hub พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับสตาร์ตอัปและคนรุ่นใหม่ Smart Event Platform ระบบจัดกิจกรรม ดนตรี ศิลปะ และเทศกาลประจำเขตตลอดปี พร้อมย้ำว่ากทม. ในศตวรรษใหม่ ต้องไม่ใช่เมืองที่เจริญเฉพาะใจกลางเมือง แต่ต้องเป็นมหานครแห่งโอกาสสำหรับทุกคน


ฟื้นคืนอาชีพและความมั่นคงให้ประชาชนผ่านโครงการ  "สตรีทฟู้ดพาราไดซ์" (Street Food Paradise) โดยจะจัดโซนนิ่งทางเท้าให้มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยและจูงใจนักท่องเที่ยว พร้อมฟื้นคืนชีวิตให้ตลาดนัดกลางคืน (Night Market) ในทุกเขต เพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ตลอดเวลา พร้อมประกาศให้ชาวกรุงเทพฯ เลือกมัลลิกาเพื่อโอกาสในการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองศิวิไลซ์อย่างแท้จริง


พร้อมทั้งมีแนวคิดปฏิรูประบบการจัดการขยะทั้งกรุงเทพมหานคร แนวทางแก้ไขคือต้องรื้อสัญญาเดิมนำมาพิจารณาใหม่ทั้งหมด และระบุชัดเจนว่าวิธีการกำจัดขยะด้วยการฝังกลบต้องยุติลง แล้วเปลี่ยนผ่านไปสู่นำขยะไปแปรรูปเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้มากขึ้น


รวมไปถึงแนวคิดเรื่องการแก้ปัญหาจีนเทาและกระบวนการนอมินี มองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยจะใช้กฎหมาย เป็นเครื่องมือสำคญในการจัดการ คือ พ.ร.บ. การจัดระเบียบราชการกรุงเทพมหานคร และพ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. มีอำนาจตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้อย่างเต็มที่ ทำให้ กทม. สามารถทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลัก เข้าไปกวาดล้างและจัดการปัญหาได้อย่างเด็ดขาด


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง