รีเซต

บริษัท SpaceX ยื่น IPO เข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เตรียมทำสถิติระดมทุนมูลค่าสูงที่สุดในโลก

บริษัท SpaceX ยื่น IPO เข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เตรียมทำสถิติระดมทุนมูลค่าสูงที่สุดในโลก
TNN ช่อง16
21 พฤษภาคม 2569 ( 11:41 )
วันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท SpaceX ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ยื่นเอกสารเพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ และหากสำเร็จ อาจส่งผลให้มัสก์กลายเป็นมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์ (Trillionaire) คนแรกของโลก
 
เป้าหมายมูลค่าและรายละเอียดการเสนอขายหุ้น IPO

การเสนอขายหุ้นครั้งนี้ตั้งเป้าหมายมูลค่าบริษัทไว้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 63 ล้านล้านบาท ซึ่งหากบรรลุเป้าหมาย จะแซงหน้าสถิติเดิมของการเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ Saudi Aramco ในปี 2019 ที่เปิดตัวด้วยมูลค่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือ 61.2 ล้านล้านบาท

โดยเอกสารประเมินมูลค่าของบริษัทเองในปัจจุบันอยู่ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 45 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือครองของมัสก์เพียงคนเดียวมีมูลค่ามากกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 21.6 ล้านล้านบาท

หลังจากนี้คาดว่าบริษัท SpaceX จะเข้าจดทะเบียนภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ "SPCX" ในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq และ Nasdaq Texas โดยจะเริ่มเดินสายนำเสนอข้อมูลให้แก่นักลงทุนในวันที่ 4 มิถุนายน และเปิดขายหุ้นได้เร็วที่สุดในวันที่ 11-12 มิถุนายน

ก่อนหน้านี้บริษัท SpaceX ได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ ได้แก่ Goldman Sachs, Morgan Stanley, Bank of America, Citigroup และ JP Morgan เพื่อจัดการซื้อขายหุ้น

วิสัยทัศน์และการทุ่มลงทุนมหาศาลในด้าน AI

แม้ SpaceX จะมีชื่อเสียงโดดเด่นในฐานะผู้ผลิตจรวดอวกาศและเครือข่ายดาวเทียมระดับโลก แต่เอกสาร IPO ระบุชัดเจนว่า บริษัทกำลังเดิมพันอนาคตไว้กับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว โดยบริษัท SpaceX ได้เข้าซื้อกิจการ xAI สตาร์ตอัปด้าน AI ของอีลอน มัสก์ ผู้พัฒนาแชทบอท Grok และเปิดเผยว่ามัสก์มีแผนจะยุบ xAI เพื่อนำความทะเยอทะยานด้าน AI ทั้งหมดเข้ามาดำเนินงานภายใต้ SpaceX นอกจากนี้ ปัจจุบัน SpaceX ยังได้ครอบครองแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X (อดีต Twitter) อีกด้วย

โครงการแห่งอนาคตของบริษัท SpaceX

แผนงานของอีลอน มัสก์ นั้นครอบคลุมตั้งแต่เป้าหมายการตั้งอาณานิคมถาวรของมนุษย์บนดาวอังคาร ไปจนถึงนวัตกรรมอย่างศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศที่จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเตรียมเจาะตลาดที่มีศักยภาพระดับ 28.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,026 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับบริษัท AI ระดับโลกอย่าง Anthropic ที่ตกลงทำสัญญาใช้กำลังประมวลผลจากศูนย์ข้อมูลของ SpaceX ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือ  45,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือหากคิดเป็นรายปี 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือ 540,000 ล้านบาทต่อปี ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภาคมปี 2029

ผลประกอบการทางการเงินเผยอีลอน มัสก์ ขาดทุนมหาศาลจาก AI

อีลอน มัสก์ กำลังขาดทุนหนักจาก AI เอกสารเผยให้เห็นสถานะทางการเงินของบริษัทที่ผสมผสานระหว่างการเติบโตและการทุ่มเม็ดเงินลงทุน โดยมีรายละเอียดในช่วงไตรมาสแรกของปีล่าสุดดังนี้ 

ในไตรมาสแรกของปี บริษัทมีรายได้สูงถึง 4.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 169,000 ล้านบาท แต่ต้องเผชิญกับ การขาดทุนสุทธิถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 155,000 ล้านบาท โดยเป็นการขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 70,000 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการในปีก่อนหน้า บริษัทมีรายได้ 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 669,000 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิ 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 176,000 ล้านบาท 

บริษัทมีเพียงโครงการ Starlink ที่ทำกำไร

ข้อมูลในเอกสารระบุว่าจากหน่วยธุรกิจหลักทั้งหมด มีเพียงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink เท่านั้นที่สามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้ 1.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 42,800 ล้านบาท ในไตรมาสแรก ในขณะที่บริษัทกำลังเผชิญต้นทุนมหาศาลจากแผนก AI โดยเฉพาะแผนก AI เพียงอย่างเดียว มีตัวเลขขาดทุนมากถึง 2.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 88,900 ล้านบาท จากรายได้เพียง 818 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 29,400 ล้านบาท 
ความเสี่ยงของบริษัท SpaceX

แม้จะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว แต่บริษัท SpaceX ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มข้นของอีลอน มัสก์ ผ่านโครงสร้างหุ้นสองประเภท โดยหุ้นประเภท B ของผู้ถือหุ้นภายในมีสิทธิออกเสียง 10 เสียงต่อหุ้น ส่งผลให้อีลอน มัสก์ยังคงมีอำนาจโหวตรวมมากถึง 85.1% ขณะที่หุ้นประเภท A สำหรับนักลงทุนทั่วไปมีเพียง 1 เสียงต่อหุ้น 

นอกจากนี้ บอร์ดยังมีข้อกำหนดสำคัญที่ช่วยป้องกันการปลดผู้ก่อตั้งออกจากตำแหน่ง และกำหนดให้ข้อพิพาททางกฎหมายต้องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเท่านั้น นักวิเคราะห์มองว่ามูลค่าที่พุ่งสูงของบริษัทส่วนหนึ่งเกิดจากแรงขับจากชื่อเสียงและวิสัยทัศน์ของมัสก์ มากกว่าพื้นฐานทางธุรกิจล้วน ๆ

ในขณะเดียวกันบริษัท SpaceX กำลังเผชิญความเสี่ยงด้านกฎหมายจำนวนมาก โดยได้ตั้งสำรองค่าใช้จ่ายไว้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากคดีเกี่ยวกับการใช้งาน AI อย่าง Grok ในการสร้างภาพ Deepfake เชิงอนาจาร รวมถึงข้อพิพาทด้านสิทธิบัตร การละเมิดกฎควบคุมเนื้อหาของสหภาพยุโรป (EU) การละเมิดลิขสิทธิ์เพลง และปัญหาการรั่วไหลของข้อมูล 

นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ยังเคยพ่ายแพ้ในคดีฟ้องร้อง OpenAI และแซม อัลท์แมน หลังศาลวินิจฉัยว่าเขายื่นฟ้องล่าช้าเกินกำหนด ซึ่งสะท้อนแรงกดดันด้านกฎหมายที่ยังคงรุมเร้าบริษัทในช่วงเตรียมเข้าตลาดหุ้นครั้งสำคัญนี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง