แหล่งข่าวชี้ 'มือแฮก' ระบบท่อส่งน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อเรียกค่าไถ่ เป็นแก๊งอาชญากร 'ปล้นคนรวย ช่วยคนจน'

แหล่งข่าวชี้ 'มือแฮก' ระบบท่อส่งน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อเรียกค่าไถ่ เป็นแก๊งอาชญากร 'ปล้นคนรวย ช่วยคนจน'
TNN World
11 พฤษภาคม 2564 ( 11:58 )
38
แหล่งข่าวชี้ 'มือแฮก' ระบบท่อส่งน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อเรียกค่าไถ่ เป็นแก๊งอาชญากร 'ปล้นคนรวย ช่วยคนจน'

 

ข่าววันนี้ แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการสอบสวนในสหรัฐฯ เผย เหตุคนร้ายเจาะระบบหรือแฮกเพื่อเรียกค่าไถ่จนต้องปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญในสหรัฐฯ เป็นฝีมือของแก๊งอาชญากร DarkSide ที่ทำตัวเหมือนโรบินฮูดปล้นธุรกิจไปบริจาคการกุศล

 


ท่อส่งน้ำมันที่ถูกแฮกจนต้องปิดมาตั้งแต่วันศุกร์ (7 พฤษภาคม) เป็นของโคโลเนียลไปป์ไลน์ ผู้ส่งน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ เป็นท่อส่งน้ำมันทั้งดีเซล เบนซิน และน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน จากโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ชายฝั่งแถบกัลฟ์ โคสต์ หรือรัฐเทกซัส ไปยังภาคตะวันออกและภาคใต้ของสหรัฐฯ ที่มีประชากรอยู่อย่างหนาแน่น ราววันละ 2.5 ล้านบาร์เรล 

 


คิดเป็น 45% ของน้ำมันที่ใช้ในแถบอีสต์โคสต์ หรือชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ผ่ายทางเครือข่ายท่อน้ำมันความยาว 8,850 กิโลเมตร 

 


คนร้ายใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่เข้ารหัสข้อมูล ทำให้ระบบไม่สามารถทำงานได้ โดย โคโลเนียลไปป์ไลน์แจ้งว่า กำลังหาทางแก้ไขอยู่และประสานกับหน่วยงานรัฐ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าคนร้ายเป็นใครและต้องการอะไร

 


แหล่งข่าวใกล้ชิดการสอบสวนเผยว่า คนร้ายคือกลุ่ม DarkSide เป็นหนึ่งในแก๊งใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่มืออาชีพที่ก่อเหตุมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีก่อน 

 


แก๊งนี้เคยอ้างตัวว่า ไม่ก่อเหตุกับโรงพยาบาล สถานพยาบาล หน่วยงานการศึกษาและรัฐบาล เงินค่าไถ่ที่ได้มาส่วนหนึ่งจะบริจาคให้แก่องค์กรการกุศล 

 


แหล่งข่าวเผยว่า นอกจากทำให้ระบบไม่สามารถทำงานได้แล้ว แก๊งนี้ยังขโมยข้อมูลสำคัญของบริษัทรวมกว่า 100 กิกะไบต์ คาดว่าเพื่อเรียกค่าไถ่เช่นกัน

 


จีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ เผยว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้รับรายงานแล้ว รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญเรื่องการป้องกันการใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่เป็นอันดับแรก ด้านกระทรวงคมนาคมประกาศเหตุฉุกเฉินระดับภูมิภาค ผ่อนผันให้คนขับรถบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันใน 17 รัฐและกรุงวอชิงตัน ดีซี ทำงานเกินเวลา แก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนจากการปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญ 
ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันน่าจะปรับขึ้นราว 2-3% ในการซื้อขายวันนี้ แต่ผลกระทบจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นหากสถานการณ์ยังไม่ได้รับการแก้ไข

 

 

ภาพ : Pixabay and Markus Spiske 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง