หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า KGI รับผลดี”เดโมแครต”ชนะเลือกตั้ง ชู GPSC-BGRIM-GULF

#ทันหุ้น-บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) ประเมินผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา หรือ Blue Sweep เป็นบวกต่อ Sentiment หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าไทย มองกลุ่ม SPP รับประโยชน์สูงสุดจากแนวโน้มราคา LNG และ Bond Yield ลดลง รวมถึงเงินบาทแข็งค่า ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงและภาระหนี้ต่างประเทศ ชู GPSC หุ้นเด่นสุด ตามด้วย BGRIM มองเป็นหุ้น Highest Risk, Highest Reward ส่วน GULF รับอานิสงส์จำกัด คงน้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้า “มากกว่าตลาด” พร้อมจับตา PDP2569 และความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center เป็นปัจจัยหนุนระยะยาว
ฝ่ายวิจัยเคจีไอ ประเมินทิศทางการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าของไทยภายหลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งพรรคเดโมแครตสามารถกลับมาครองเสียงข้างมากได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 สหรัฐฯ มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะรัฐบาลเสียงแตก (Divided Government) ซึ่งอาจจำกัดความสามารถของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการผลักดันนโยบายการคลัง งบประมาณทางทหาร และกฎหมายสำคัญต่างๆ
ทั้งนี้ แม้ทรัมป์ยังคงมีอำนาจฝ่ายบริหารในการกำหนดนโยบายต่างประเทศและปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงอำนาจยับยั้งร่างกฎหมาย แต่ชัยชนะของพรรคเดโมแครตอาจทำให้การขับเคลื่อนนโยบายบางด้านสะดุดลง ส่งผลให้ตลาดประเมินความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป
**SPP รับอานิสงส์เต็ม
ฝ่ายวิจัยมองว่าบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าไทยมีแนวโน้มเป็นบวก โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ที่มีโอกาส Outperform จากปัจจัยสนับสนุน 3 ประการ ได้แก่ 1. ราคา LNG มีโอกาสปรับลดลง จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง ประกอบกับแนวโน้มอุปทาน LNG ที่เพิ่มขึ้นในปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของผู้ประกอบการที่มีความอ่อนไหวต่อราคาก๊าซธรรมชาติสูง 2.อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ทั้งสหรัฐฯ และไทยที่มีโอกาสปรับลดลง จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนการประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation) โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีภาระหนี้สินสูง และ 3. เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงนำเข้าและภาระหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศ
สำหรับผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์เด่นจากปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC และ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เนื่องจากมีความอ่อนไหวต่อราคาก๊าซธรรมชาติค่อนข้างสูง โดย GPSC มีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ราว 35-40% ของรายได้หลัก ขณะที่ BGRIM อยู่ที่ 20-25%
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงของกลุ่ม SPP ยังขึ้นอยู่กับรอบการปรับราคาก๊าซธรรมชาติ การปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และกลไกการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
**กลุ่ม IPP รับประโยชน์จำกัด
ส่วนกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) ได้แก่ GULF, RATCH และ EGCO อาจได้รับประโยชน์จากราคาก๊าซที่ลดลงค่อนข้างจำกัด เนื่องจากสามารถส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงไปยังคู่สัญญาได้ตามข้อกำหนดในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ขณะที่ BCPG อาจได้รับ Sentiment เชิงบวกจากกระแสพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบและกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นจากภาครัฐอาจทำให้การลงทุนใน Data Center ล่าช้าออกไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KGI ยังคงให้น้ำหนักกลุ่มโรงไฟฟ้า “มากกว่าตลาด” โดยเลือก GPSC เป็นหุ้นเด่นอันดับหนึ่ง เนื่องจากอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดในการรับประโยชน์จากปัจจัยบวกของอุตสาหกรรม ตามด้วย BGRIM ซึ่งเป็นหุ้นที่มีลักษณะ Highest Risk, Highest Reward และ GULF ตามลำดับ
**ชู GPSC เป้า 60 บาท
ด้านคำแนะนำการลงทุน KGI ให้ราคาเป้าหมาย GPSC ที่ 60 บาท คาดมี Upside 21.2% จากราคาตลาดที่ 49.50 บาท ขณะที่ BGRIM ให้ราคาเป้าหมาย 23.50 บาท มี Upside 15.2% และ GULF ให้ราคาเป้าหมาย 75 บาท มี Upside 23% โดยทั้ง 3 บริษัทได้รับคำแนะนำ Outperform
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยกระตุ้นการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้น (Re-rating Catalysts) ในระยะถัดไป ได้แก่ การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP2569) ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center รวมถึงการต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA Extension) ของโรงไฟฟ้าที่กำลังจะหมดอายุ
อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังต้องติดตามความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งผลการเลือกตั้งไม่ได้รับประกันว่าสถานการณ์จะยุติลงหรือราคาพลังงานจะปรับลดลง นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากการปิดซ่อมบำรุงนอกแผน ต้นทุนโครงการที่สูงกว่าคาด (Cost Overrun) ตลอดจนความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
