พัทยาชงสั่งปิดเมืองห้ามเข้า-ออก! ตั้งด่านสกัดตั้งแต่มอเตอร์เวย์ ไม่ใส่แมสก์ปรับ2หมื่น(คลิป)

พัทยาชงสั่งปิดเมืองห้ามเข้า-ออก! ตั้งด่านสกัดตั้งแต่มอเตอร์เวย์ ไม่ใส่แมสก์ปรับ2หมื่น(คลิป)
ข่าวสด
3 เมษายน 2563 ( 20:16 )
21
พัทยาชงสั่งปิดเมืองห้ามเข้า-ออก! ตั้งด่านสกัดตั้งแต่มอเตอร์เวย์ ไม่ใส่แมสก์ปรับ2หมื่น(คลิป)

 

พัทยาชงสั่งปิดเมืองห้ามเข้า-ออก! ตั้งด่านสกัดตั้งแต่มอเตอร์เวย์ ไม่ใส่แมสก์ปรับ2หมื่น

จากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อแล้ว 25 ราย เป็นชาวต่างชาติ 14 ราย แยกเป็นชาวรัสเซีย 7 ราย ชาวไทย 11 ราย ชาย 12 ราย และหญิง 3 ราย ต่อมา ผวจ.ชลบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ได้ประกาศคำสั่งในการป้องกันปัญหาอย่างจริงจัง สั่งห้ามสถานบริการ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้นค้า สนามมวย โรงมหรสพ และอื่นๆ โดยเฉพาะล่าสุดมีคำสั่งให้ปิดสถานประกอบการโรงแรมทุกแห่งเป็นการชั่วคราว

ล่าสุด วันที่ 3 เม.ย. ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ร่วมประชุมกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นการเร่งด่วน เนื่องจากมองว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปอาจทำให้ปัญหาการแพร่ระบาดรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยภาคธุรกิจเสนอให้มีการ ล็อกดาวน์
พื้นที่อย่างจริงจัง โดยห้ามไม่ให้มีการเดินทางเข้า-ออกของทั้งคนในพื้นที่และคนจากภายนอกในทุกกรณี เนื่องจากไม่ต้องการให้ผู้ติดเชื้อนำเชื้อออกไปแพร่ภายนอก และป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเข้ามาในพื้นที่ซึ่งอาจสร้างปัญหาภายหลังได้

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

โดยให้ดำเนินการตามมาตราตามแบบของจ.พิษณุโลก และ จ.ภูเก็ต ที่ปิดเมืองอย่างถาวร สอดคล้องกับประกาศภาวะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล ที่สำคัญควรมีมาตรการในการจัดการปัญหากับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีมาตรการในการป้องกันโรค อย่างการสวมใส่หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ เนื่องจากผู้ติดเชื้อในพื้นที่เมืองพัทยาส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวจากแถบยุโรป ซึ่งนำเชื้อมาแพร่ระบาดให้ผู้ใกลชิดหรือผู้สัมผัส โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ขาดความใส่ใจในการสวมใส่หน้ากากอนามัย จึงควรเสนอมาตรการต่อคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจ.ชลบุรี เพื่อประกาศใช้กฎหมาย พ.ร.บ.สาธารณสุข ในการบังคับใช้และเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดรายละ 20,000 บาท เพื่อให้การป้องกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้นายกเมืองพัทยาจะได้นำการนำเสนอดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมในส่วนของภาครัฐอีกครั้ง

วันเดียวกัน นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ร่วมกับตัวแทนจากองค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะผู้บริหารเมืองพัทยา ผู้กำกับการสถานีตำรวจทั้ง 5 สถานี ได้แก่ สภ.เมืองพัทยา สภ.หนองปรือ สภ.บางละมุง สภ.ห้วยใหญ่ และ สภ.นาจอมเทียน ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งฝ่ายปกครอง อส. เทศกิจ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฯ เพื่อร่วมหารือมาตรการในการแก้ไขและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเป็นทางการ เพื่อหาผลสรุปก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดชลบุรี เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มรุนแรงจนมียอดผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับที่ 2 ของจ.ชลบุรี

นายสนธยา กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่เมืองพัทยารุนแรงขึ้นตามลำดับ ซึ่งจากสถิติพบว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่าง ชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรปและนำโรคมาเผยแพร่ให้กับผู้ใกล้ชิดในพื้นที่จนมีการลุกลามขึ้น ซึ่งจากการหารือทุกภาคส่วนทั้ง เอกชนและภาครัฐ จึงเสนอให้มีการ “ปิดเมือง” หรือ “Lock Down” อย่างจริงจัง โดยจะไม่อนุญาตให้มีการเดินทางเข้า-ออก ของบุคคลจากนอกพื้นที่อย่างเด็ดขาด นอกจากผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ หรือการขน ส่งสินค้าจำเป็นตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 10 อย่างเท่านั้น อาทิ อุปกรณ์การแพทย์ อาหาร เป็นต้น ซึ่งหากดำเนินการได้ก็คาดว่าจะสามารถควบคุมโรคได้เป็นอย่างดี เนื่องจากพื้นที่เมืองพัทยาถือเป็นพื้นที่ละเอียดอ่อนจึงต้องมีมาตรการเข้มข้นมารองรับ

" ขณะนี้ได้มอบหมายให้สถานประกอบการโรงแรมแจ้งยอดและปริมาณของนักท่องเที่ยวที่ยังพำนักอยู่ในพื้นที่ภายในเวลา 3 วัน เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและห้ามการเดินทางเข้าออกโดยเด็ดขาด ขณะที่มาตรการเชิงรุกในการป้องกันนั้น จะได้ร่วมสนธิกำลังกับทุกหน่วยงาน ทั้ง ตำรวจ อาสาสมัคร สาธารณสุข ขน ส่ง กำลังเทศกิจ กิจการพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้งจุดสกัดเส้นทางเพื่อป้องกันการเดินทาง เข้าออกทุกเส้นทางอย่างรัดกุม นอกเหนือจากคำสั่งการห้ามเปิดกิจการห้างร้านต่างๆ และประกาศเคอร์ฟิวช่วงเวลา 22.00-04.00 น.ตามนโยบายของภาครัฐ

" เบื้องต้นมีผลสรุปที่จะปิดเส้นทางบนถนนสุขุมวิท รวมถึงถนนสาย 7 ตอน 5 มอร์เตอร์เวย์ โดยการจัด ตั้งจุดสกัดคัดกรองที่เข้มงวด 2 จุด ได้แก่ พื้นที่ทั้ง 2 ฝั่งขาเข้าและออกหน้า สภ.บางละมุง และ บริเวณแยกอัยการ เพื่อตรวจสอบการเดินทางของประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยหากเป็นบุคคลต่างพื้นที่ก็จะไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าสู่พื้นที่เมืองพัทยา แต่หากเป็นผู้ใช้แรงงานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ จะมีการจัดทำบัตรเพื่อแสดงตัวจากนั้นจะทำการคัดกรองและปล่อยเข้ามาในพื้นที่ในช่วงเวลาทำการได้ "

นายสนธยา กล่าวต่อว่า ขณะที่ถนนสายรองอย่างถนนเลียบทางรถไฟจะปิดเส้นทางทุกจุดที่มุ่งหน้าลงสู่ถนนสุขุมวิท ยกเว้นจุดที่ชุมชนพักอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น อย่างซอยชัยพรวิถี ซอยสยามคันทรีคลับ และซอยชัยพฤกษ์ เพื่อเปิดเส้นทางให้ประชาชนที่พำนักในเขตรอบนอกสามารถเข้ามาประกอบอาชีพในพื้นที่ได้ แต่ทุกเส้นทางจำเป็นต้องผ่านจุดคัดกรองที่เข้มขึ้นและมีบัตรที่ออกให้โดยสำนักงานที่รับรองโดยภาครัฐ ซึ่งจะเปิดให้เข้าพื้นที่เขตเมืองพัทยาได้เฉพาะแยกเทพประสิทธิ์ และแยกพัทยากลางเท่านั้น

" ทั้งนี้จะมีการจัดกำลังทุกภาคส่วนลงประจำจุดเพื่อป้องกัน เฝ้าระวัง ตลอด 24 ชม. จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง อย่างไรก็ตามผลการหารือดังกล่าวจะมีการนำเสนอเพื่อขอรับความเห็นชอบหรือเปลี่ยนแปลงเพื่อความเหมาะสมอีกครั้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ก่อนออกคำสั่งประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป "

ข่าวที่เกี่ยวข้อง