ระวังกับดักบอนด์ยิลด์พุ่ง ‘หุ้นไทย’แกร่งดึงดูดฟันด์โฟลว์

#บอนด์ยิลด์ #คลัง #ทันหุ้น - ‘คลัง’จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐพุ่ง เป็นสัญญาณเตือนเงินเฟ้อแรง นักเศรษฐศาสตร์เตือนบอนด์ยิลด์ไทยมีโอกาสขยับขึ้นตาม ระยะสั้นมีแรงเทขายตราสารหนี้ ด้านโบรกเกอร์ เชื่อตลาดหุ้นไทยแกร่ง ดึงดูดฟันด์โฟลว์ไหลเข้า แนะสะสมหุ้น Laggard “ADVANC-WHA”
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก หลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริก (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่สะท้อนว่าอัตราเงินเฟ้อในอนาคตมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยสถานการณ์นี้กำลังส่งแรงกดดันต่อทิศทางนโยบายการเงินทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤติค่าครองชีพที่อาจรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้
@Q2 เริ่มรับผลกระทบ
ทั้งนี้บริบททางเศรษฐกิจของไทยต่างจากสหรัฐ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไม่เติบโตเต็มศักยภาพมาเป็นเวลานาน ทำให้ยังมีช่องว่างในระบบอยู่พอสมควร นอกจากนี้ เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในไทยเกิดจากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น หรือ Cost-Push Inflation ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ "Double Squeeze" คือ ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับยอดขายที่ลดลงจากกำลังซื้อที่ตกต่ำ ในขณะที่ต้นทุนการผลิตกลับสูงขึ้น ซึ่งหากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงและรายได้ที่ลดลงได้ทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงักและการตกงานเป็นวงกว้าง การประสานงานระหว่างนโยบายการเงินที่ต้องระมัดระวังและนโยบายการคลังที่ต้องตรงจุด จึงเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาเศรษฐกิจไทยให้รอดพ้นจากวิกฤติเงินเฟ้อโลกในครั้งนี้
“แม้ตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวมไตรมาส 1/2569 จะดูดีขึ้น แต่ในไตรมาสที่ 2 เริ่มเห็นผลกระทบจาก สงครามและราคาพลังงานที่ลากยาว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อและการบริโภคภาคเอกชนที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ตลาดโลกเองก็มีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยมากขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐ และประเทศมหาอำนาจ”
@แนะลงทุนหุ้น
ผศ.ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมหภาคและการลงทุน กล่าวว่า ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยก็มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากการที่ภาครัฐมีแนวโน้มขยายการขาดดุลงบประมาณ ทั้งยังมีความเสี่ยงที่ภาครัฐมีแนวโน้มปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP จาก 70% เป็น 75% เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการคลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาวะ
ดังนั้นเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้น ราคาพันธบัตรจะปรับตัวลงในระยะสั้นนี้ จึงอาจไม่มีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดตราสารหนี้มากนัก นักลงทุนส่วนใหญ่จึงยังคงเม็ดเงินลงทุนไว้ในตลาดหุ้น โดยเน้นไปที่ Growth Stock ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) รวมถึงหุ้นในเอเชียและกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนา (EM) ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนเหล่านั้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
