รีเซต

"ศรีจันทร์" นำทัพ T-Beauty ฝ่าวิกฤต ลุยอาเซียน

"ศรีจันทร์" นำทัพ T-Beauty ฝ่าวิกฤต ลุยอาเซียน
TNN ช่อง16
25 มิถุนายน 2569 ( 14:12 )
7

คุณ รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ ศรีจันทร์ และ ศศิ เปิดเผยถึงแผนการขยายตลาดต่างประเทศ ว่าจะให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนจริงจังมากขึ้น 

เนื่องจาก มองว่าเป็นภูมิภาคที่มีกำลังซื้อเติบโตสูง รวมถึงมีสภาพภูมิอากาศใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ลักษณะผิวและความต้องการของผู้บริโภคมีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ผ่านมา ศรีจันทร์ ทำตลาดอยู่ในหลายประเทศ เช่น สปป.ลาว ถือเป็นตลาดที่เติบโตสูง ขณะที่ ญี่ปุ่น บริษัทฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์เอ็กซ์คลูซีฟ มีจำหน่ายเฉพาะญี่ปุ่นเท่านั้น และใน ฟิลิปปินส์ แบรนด์ ศศิ ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งบริษัทยังคงเดินหน้าขยายการเติบโตต่อเนื่อง

และครึ่งปีหลังของปีนี้ จะเริ่มเข้าไปใน เมียนมาร์ ซึ่งมองว่าเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจ ส่วนปีถัดไป จะเดินหน้าขยายตัวเข้าสู่ เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพิ่มเติม

โดยคาดหวังจะเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากการส่งออกเป็นร้อยละ 20 ของยอดขายรวม ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น และในระยะยาวคาดหวังให้ตลาดต่างประเทศมีสัดส่วนเพิ่มเป็นร้อยละ 40 ของยอดขายรวม ส่วนในประเทศจะมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 60

แม้ว่าการแข่งขันในตลาดต่างประเทศจะอยู่ในระดับสูง แต่เชื่อว่า คำว่า Made in Thailand ยังคงเป็นตราสัญลักษณ์ของคุณภาพ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในหลายประเทศ

ด้านผลประกอบการปีที่ผ่านมา บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ รายงานยอดขายกว่า 2,000 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 274 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 34  ส่วนปี 2569 ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ร้อยละ 15

โดยคุณ รวิศ กล่าวอีกว่า เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งวิกฤติต้นทุน และปัญหาซัพพลายเชน ปีนี้ จึงเน้นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่จะให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการซัพพลายเชน และควบคุมต้นทุน เป็นหลัก ควบคู่กับการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้มากขึ้น จากปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์ เมกอัพ และสกินแคร์ บริษัทฯ มีสัดส่วนอันดับ 1 ในกลุ่มแบรนด์ไทย ส่วนกลุ่มกันแดด ส่วนแบ่งยังไม่สูงนักแต่มีการเติบโตที่ดี

สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน พบว่าผู้บริโภคมีความรู้และให้ความสำคัญกับส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์มากขึ้น ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กหรือครีมซอง ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งด้านความสะดวกในการพกพา และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายต่อครั้ง ส่งผลให้ตลาดครีมซอง โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมทาหน้า เติบโตอย่างน่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 5,260 ล้านบาท 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง