ไตรมาส 2 คนว่างงาน 4 แสน คนเคยมีงานทำตกงานพุ่ง 49.6% จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยง

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยสถานการณ์แรงงานไทยไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า อัตราการว่างงานโดยรวมยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แต่จำนวนผู้ว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีผู้ว่างงานประมาณ 400,000 คน หรืออัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.95
ประเด็นที่น่าจับตาคือ โครงสร้างของผู้ว่างงานเปลี่ยนแปลงไป โดยกลุ่มที่เคยมีงานทำมาก่อนแต่ปัจจุบันตกงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่กลุ่มผู้ไม่เคยทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้จบการศึกษาใหม่ กลับมีจำนวนลดลง
ผู้เคยมีงานทำตกงานเพิ่มเกือบ 50%
ข้อมูลไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า ผู้ว่างงานที่ เคยมีงานทำมาก่อน มีจำนวนประมาณ 206,000 คน เพิ่มขึ้นถึง 49.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ว่างงานในไตรมาสนี้ไม่ได้มาจากผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานเป็นครั้งแรกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแรงงานที่เคยมีงานทำและออกจากงานเพิ่มขึ้นด้วย
ขณะที่ผู้ว่างงานที่ ไม่เคยทำงานมาก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ มีจำนวนประมาณ 186,000 คน ลดลง 18.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภาพตลาดแรงงานในไตรมาส 2 มีลักษณะสวนทางกัน คือ เด็กจบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานได้ดีขึ้น แต่แรงงานที่มีประสบการณ์กลับมีความเสี่ยงตกงานเพิ่มขึ้น
จับตาผู้ว่างงานระยะยาวและผู้เสมือนว่างงาน
นอกจากจำนวนผู้ว่างงานแล้ว สศช. ยังติดตามกลุ่มแรงงานที่มีปัญหาด้านการมีงานทำในลักษณะอื่น
ในไตรมาส 2 ปี 2569 ผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ผู้เสมือนว่างงานเพิ่มขึ้น 0.8% มีจำนวนประมาณ 930,000 คน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการประเมินตลาดแรงงานไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนผู้ที่ไม่มีงานทำเท่านั้น แต่ควรติดตามทั้งระยะเวลาที่ว่างงานและจำนวนผู้ที่มีงานทำแต่ทำงานไม่เต็มศักยภาพด้วย
3 ประเด็นแรงงานที่ต้องจับตาต่อจากนี้
สศช. ระบุว่า ในระยะต่อไปมี 3 ประเด็นด้านแรงงานที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่
1. กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่มใช้ 1 ต.ค. 69
กฎหมายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมสถานประกอบการเกือบ 110,000 แห่ง และลูกจ้างประมาณ 5.7 ล้านคน
สศช. เห็นว่าควรเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกจ้าง รวมถึงพัฒนาระบบและกลไกที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการดำเนินงานหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้
2. เอลนีโญเสี่ยงกระทบการจ้างงานภาคเกษตร
อีกประเด็นคือผลกระทบจาก ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้หลายพื้นที่เริ่มเผชิญปัญหาภัยแล้ง และคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2570
ปัญหาภัยแล้งอาจกระทบทั้งผลผลิตทางการเกษตร รายได้ของเกษตรกร และความต้องการแรงงานภาคเกษตร หากกิจกรรมทางการเกษตรลดลง แรงงานบางส่วนอาจจำเป็นต้องย้ายไปทำงานในภาคเศรษฐกิจอื่น
สศช. จึงเสนอให้เตรียมมาตรการรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานภาคเกษตรล่วงหน้า
3. แรงงานข้ามชาติลักลอบทำอาชีพสงวนเพิ่มขึ้น
อีกปัญหาที่ต้องติดตามคือการลักลอบทำงานของแรงงานข้ามชาติในอาชีพที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทย
ข้อมูลปีงบประมาณ 2569 พบแรงงานข้ามชาติทำงานผิดกฎหมายจำนวน 3,217 ราย โดยเกือบ 1 ใน 3 เป็นการลักลอบประกอบอาชีพสงวน และจำนวนดังกล่าวเพิ่มขึ้น 19.3% จากปีก่อน
สศช. เห็นว่าจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการจัดการปัญหาแรงงานข้ามชาติให้เป็นระบบ
ตลาดแรงงานไทยกำลังเปลี่ยนจาก “เด็กจบใหม่” สู่ความเสี่ยงของคนที่มีงานอยู่แล้ว
ตัวเลขไตรมาส 2 ปี 2569 สะท้อนประเด็นที่น่าสนใจของตลาดแรงงานไทย เพราะแม้อัตราการว่างงานโดยรวมยังไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างภายในพบว่า กลุ่มผู้เคยมีงานทำและตกงานเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ขณะที่กลุ่มผู้ไม่เคยทำงานหรือเด็กจบใหม่กลับลดลง
สถานการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามต่อว่า การเพิ่มขึ้นของผู้ตกงานในกลุ่มแรงงานเดิมเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น หรือเป็นผลจากการปรับโครงสร้างการจ้างงานในบางภาคเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน ภัยแล้งที่จะกระทบภาคเกษตร การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และปัญหาการทำงานผิดกฎหมายของแรงงานข้ามชาติ ล้วนเป็นปัจจัยที่จะเข้ามากำหนดทิศทางตลาดแรงงานไทยในช่วงที่เหลือของปี 2569 และต่อเนื่องไปถึงปี 2570
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
