รีเซต

ถอดบทเรียนต่างประเทศรับมือ "Data Center"

ถอดบทเรียนต่างประเทศรับมือ "Data Center"
TNN ช่อง16
31 สิงหาคม 2569 ( 10:30 )
2

ทุกครั้งที่เราโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน ดูหนังผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิง หรือถามคำถามกับ AI เบื้องหลังการทำงานเหล่านี้ล้วนต้องอาศัย Data Center ในการจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล แม้ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ จะไม่เคยเห็น Data Center แต่โครงสร้างพื้นฐานนี้เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้บริการดิจิทัลในชีวิตประจำวัน สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง


โดยห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม Data Center ทั่วโลก ตั้งแต่ต้นน้ำจะมีผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบไฟฟ้า ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์ ทั้งอุปกรณ์ไอที เซมิคอนดักเตอร์และหน่วยประมวลผล  


ขณะที่กลางน้ำมีผู้ให้บริการ Private Data Center ผู้ให้บริการ Colocation (โคโลเคชั่น) หรือผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ผู้ให้บริการระบบ Cloud  และผู้ให้บริการระบบนิเวศดิจิทัล 


และปลายน้ำจะเป็นกลุ่มลูกค้าของ Data Center มากที่สุดจะเป็นกลุ่มไอทีและโทรคมนาคม (ร้อยละ 38) รองลงมาเป็นธนาคาร การเงิน และประกันภัย ( ร้อยละ 26 ) ภาครัฐ (ร้อยละ 15) พลังงานงานและสาธารณูปโภค (ร้อยละ 9) และอื่นๆ (ร้อยละ 12)



จากห่วงโซ่อุปทานดังกล่าว  McKinsey & Company ประเมินว่า ในช่วงปี 2025-2030 การลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center ทั่วโลกอาจมีมูลค่าสะสมสูงถึง 6.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และภูมิภาคเอเชียแปซิฟกจะมีสัดส่วนความต้องการ Data Center ถึงร้อยละ 34.0 โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน


ทั้งนี้ สำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน รายงานล่าสุด (6 ส.ค.2026) ว่า โครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนระหว่างปี 2024-2026 จำนวน 42 โครงการกำลังประมวลผลหรือ IT Load รวม 3,400 เมกะวัตต์ เงินลงทุนรวม 750,000 ล้านบาท 


แต่การลงทุนใน Data Center ในหลายประเทศก็นำมาซึ่งโจทย์ใหม่ทั้งการใช้พลังงาน และทรัพยากร ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างงานและมูลค่าเพิ่มในพื้นที่ ประสบการณ์เหล่านี้ จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการลงทุนใน Data Center ของประเทศ ซึ่งสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์  ได้รวบรวมประสบการณ์และแนวทาง “การรับมือกับการลงทุน Data Center ในต่างประเทศ”  ในรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2026 



โดยในภาพรวมของสหรัฐอเมริกาพบว่าเมื่อ Data Center เข้ามาเศรษฐกิจในพื้นที่โดยรวมดีขึ้น โดยกาจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3.5 ค่าจ้างรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0  และจำนวนผู้ประกอกบารเพิ่มขึ้นนร้อยละ 4.7 ขณะที่อัตราการว่างงานลดลง และการขออนุญาตก่อนสร้างเพิ่มขึ้น  ซึ่งกรณีของ Loudoun County รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่า Data Center กลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ช่วยพัฒนาชุมชนได้ 


โดยในช่วงปี 2018-2024  สามารถสร้างรายได้ภาษีให้ท้องถิ่นสูงถึง 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งนำไปลงทุนปรับปรุงถนนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างโรงเรียนใหม่ 36 แห่ง นอกจากนี้การจ้างใน Data Center  ทุก 1 ตำแหน่ง ยังช่วยสร้างงานที่เกี่ยวเนื่องในธุรกิจอื่นๆ อีกเฉลี่ย 7.4 ตำแหน่ง 


อย่างไรก็ตมประโยชน์เหล่านี้ไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมกันทุกพื้นที่ อีกทั้งการไฟฟ้าของ Data Center ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวอาจใช้ไฟฟ้าใกล้เคียงกับบ้านเรือนถึง 8 หมื่นหลัง สะท้อนว่า การขยายตัวของ Data Center จึงเป็นทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจและความท้าทายที่ต้องบริหารควบคู่กัน

อย่างก็ไรก็ดี การเติบโตของ Data Center มีโจทย์และความท้าทายที่หลายประเทศต้องรับมือที่สำคัญได้แก่  


1. พลังงานและน้ำ : ต้นทุนที่ต้องคำนึงถึงควบคู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เนื่องจากศูนย์ข้อมูล ขนาดใหญ่ (Hyperscale Data Center) ต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง ทั้งเพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลและระบบระบายความร้อนของอุปกรณ์ หากขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาจกระทบต่อการใช้ไฟฟ้า และน้ำของภาคส่วนอื่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัด 


กรณี ไอร์แลนด์ พบว่าในปี 2023  Data Center ใช้ไฟฟ้าร้อยละ 21.0 ของทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.0 ในปี 2015  และมากกว่าการใช้ไฟฟ้ารวมของครัวเรือนในเขตเมืองทั้งหมด ทำให้ระบบไฟฟ้าใน Dublin รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้จำกัด จนต้องระงับการอนุมัติการเชื่อมต่อ Data Center แห่งใหม่ถึงปี 2028 


ขณะที่ เนเธอร์แลนด์ Data Center ของ Microsoft ในเมือง Middenmeer ใช้น้ำดิบหล่อเย็นระบบถึง 84 ล้านลิตร ในปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดภัยแล้งรุนแรง สูงกว่าที่เคยคาดไว้ที่  12-20 ล้านลิตร ทำให้เกษตรกรในพื้นที่กังวลว่าน้ำที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ 


นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกา ยังมีกรณีพิพาทจากการติดตั้งกังหันก๊าซ 27 เครื่อง รวมกำลังผลิต 495 เมกะวัตต์ เพื่อผลิตไฟฟ้าให้ Data Center ของ xAI ในรัฐ Mississippi โดย NAACP (องค์กรสิทธิมนุษยชนเก่าแก่และใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา)  ตั้งข่อสังเกตว่า การเดินเครื่องโดยไม่มีอนุญาติด้านมลพิษทางอากาศอาจเพิ่มมลพิษและกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ 


สะท้อนว่าการขยาย Data Center ไม่เพียงต้องคำนึงถึงความเพียงพอของไฟฟ้าและน้ำ แต่ยังต้อง พิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากแหล่งพลังงานที่นำมาใช้ด้วย



2. เงินลงทุนสูง แต่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในประเทศอาจยังมีจำกัด Data Center ใช้เงินลงทุนและ เทคโนโลยีสูง แต่เมื่อเปิดดำเนินการแล้วใช้แรงงานประจำไม่มาก เพราะระบบส่วนใหญ่สามารถบริหารจัดการ จากระยะไกลได้ ขณะที่เทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาหลักยังอยู่กับบริษัทเจ้าของโครงการ ทำให้ประเทศที่เป็นที่ตั้งอาจได้ประโยชน้หลักจากการก่อสร้างและบริการที่เกี่ยวข้อง มากกว่ามูลค่าเพิ่มจากเทคโนโลยีขั้นสูง 


กรณี สวีเดน การลงทุน Hyperscale Data Center ของ Meta ในเมือง Luleå แม้จะช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่เทคโนโลยีและการดำเนินงานหลักยังอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัท ทำให้ผู้ประกอบการและบุคลากรในพื้นที่มีโอกาสเรียนรู้และนำเทคโนโลยีของโครงการไปใช้ต่อยอดได้จำกัด 


ขณะที่ สหรัฐอเมริกา พบว่า การจ้างงานส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงก่อสร้าง โดยโครงการหนึ่งสร้างงานได้ประมาณ 1,700 ตำแหน่ง แต่เมื่อเปิดดำเนินงานแล้วเหลืองานประจำประมาณ 160 ตำแหน่ง 


สะท้อนว่าการส่งเสริมการลงทุน Data Center ไม่ควรพิจารณาเพียงมูลค่าเงินลงทุน แต่ควรทำให้ การลงทุนเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในประเทศด้วย ทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการ การยกระดับทักษะแรงงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการวิจัย และพัฒนา เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว


3.   การส่งเสริมการลงทุนต้องมาพร้อมการกำกับดูแล หลายประเทศไม่ได้มุ่งส่งเสริมการลงทุน Data Center เพียงอย่างเดียว แต่ปรับกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลควบคู่กัน เพื่อควบคุมผลกระทบด้านพลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อม และให้การลงทุนสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น 


กรณีสหภาพยุโรป กำหนดให้ผู้ให้บริการ Data Center รายงานข้อมูลการใช้พลังงานและน้ำเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง และอยู่ระหว่างจัดทำระบบจัดระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Data Center เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ของแต่ละแห่ง และใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนามาตรฐานของอุตสาหกรรม

 

สิงคโปร์ ในช่วงปี 2019-2022  รัฐบาลระงับการอนุมัติ Data Center แห่งใหม่ชั่วคราว เพื่อทบทวนผลกระทบด้านพลังงาน น้ำ และการใช้ที่ดิน ก่อนกลับมาเปิดรับการลงทุนอีกครั้ง โดยกำหนดเงื่อนให้โครงการใหม่มีค่า Power Usage Effectiveness (PUE) หรือตัวชี้วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Data Center ไม่เกิน 1.3  (ยิ่งใกล้ 1 หมายถึงการใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น)  นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องใช้พลังงานหมุนเวียน หรือ เสนอแผนการใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน เช่น ระบบระบายความร้อนแบบ Immersive Cooling ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานและน้ำ และต่อมาในปี 2024 ได้จัดทำ Green Data Centre Roadmap เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนา Data Center ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยในการเปิดรับการลงทุนรอบใหม่ได้กำหนดให้โครงการใช้พลังงานสะอาดอย่างน้อยร้อยละ 50.0 พร้อมแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในประเทศ เช่น การวิจัยและพัฒนาและการพัฒนาบุคลากร 


มาเลเซีย รัฐสลังงอร์กำหนดให้ Data Center แห่งใหม่ ใช้สินค้าและบริการภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 30.0 ครอบคลุมงานออกแบบวงจรรวม ระบบทำความเย็น งานวิศวกรรม และบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและแรงงานในประเทศ ได้รับประโยชน์จากการลงทุนมากขึ้น ขณะที่รัฐยะโฮร์จำกัดการอนุมัติ Data Center ระดับ Tier 1 และ Tier 2  แห่งใหม่ เนื่องจากมีการใช้น้ำสูงและทรัพยากรน้ำในพื้นที่มีข้อจำกัด โดยอนุญาตเฉพาะ Data Center ระดับ Tier 3 และ Tier 4 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรมากกว่า 


ทั้งนี้ Tier คือระดับมาตรฐานที่ใช้บอกความพร้อมและความต่อเนื่องในการทำงานของ Data Center โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ ตั้งแต่ Tier 1 ถึง Tier 4 ยิ่งระดับสูง ยิ่งมีระบบสำรองและความสามารถในการรองรับเหตุขัดข้องมากขึ้น



สำหรับประเทศไทย ในช่วงที่ผ่านมา ไทยได้รับความสนใจจากการลงทุน Data Center เพิ่มขึ้น จากจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง ความพร้อมด้านไฟฟ้า และโครงข่ายโทรคมนาคม ประกอบกับความต้องการใช้บริการ Cloud และ AI ในภูมิภาคที่เติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม การเป็นศูนย์กลาง Data Center ไม่ได้วัดเพียงจำนวนโครงการหรือมูลค่าการลงทุน  แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าไทยสามารถเปลี่ยนการลงทุนเหล่านี้ให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในประเทศได้มากเพียงใด 


ดังนั้น การส่งเสริมการลงทุนด้าน Data Center ของไทยมีปัจจัยที่ควรคำนึงถึง เช่น (1) การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการไทย เนื่องจากไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์สารสนเทศสำคัญ โดยรายงานของ Krungthai COMPASS ชี้ว่ากว่าร้อยละ 60.0 ของค่าใช้จ่ายในการพัฒนา Data Center เป็นค่าอุปกรณ์สารสนเทศ เช่น ชิปประมวลผล ขณะที่ผู้ประกอบการไทยที่ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่อยู่ในงานก่อสร้าง การพัฒนาที่ดิน และสาธารณูปโภค 


และ (2) กติกาการกำกับดูแล Data Center เนื่องจากไทยยังไม่มีหน่วยงานหลักที่ดูแลโครงการในภาพรวม และขาดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกฎหมายที่ครอบคลุมลักษณะเฉพาะของ Data Center แม้ภาครัฐจะเริ่มวางกลไกรองรับการลงทุน Data Center โดยจัดตั้งคณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ และดำเนินโครงการนําร่องการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct Power Purchase Agreement) แต่รายละเอียดของหลักเกณฑ์ วิธีการประเมิน และกลไกการบังคับใช้ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา


ดังนั้น เพื่อให้การขยายตัวของ Data Center สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทย สภาพัฒน์เสนอว่า 


(1) เร่งพัฒนาระบบกำกับดูแล Data Center โดยจัดให้มีหน่วยงานหลักประสานงานและติดตามโครงการ รวมทั้งนำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) มาใช้ ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของ Data Center 


(2) สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าของ Data Center กำหนดสัดส่วนการใช้สินค้า บริการ และแรงงานภายในประเทศ สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ และพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม 


(3) เปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมในการวางแผนและพิจารณาโครงการ เพื่อลดความขัดแย้ง พร้อมกำหนดกลไกติดตามผลกระทบและมาตรการเยียวยา 


และ (4) ส่งเสริมการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และนำเทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมาใช้ รวมทั้งกำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานและน้ำที่ชัดเจน


อย่างไรก็ดี การขยายตัวของ Data Center เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ แต่การดึงดูดการลงทุนต้องมีระบบกำกับดูแลที่เหมาะสมรองรับ ซึ่งสภาพัฒน์คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การกำกับการลงทุน Data Center ในเร็วๆนี้ 


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง