รีเซต

วิธีใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" สั่งอาหารผ่านแอปเดลิเวอรี เริ่ม 15 มิ.ย. 69

วิธีใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" สั่งอาหารผ่านแอปเดลิเวอรี เริ่ม 15 มิ.ย. 69
TNN ช่อง16
25 พฤษภาคม 2569 ( 14:59 )
17

รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดไฟเขียวให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สามารถขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) ได้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนยุคดิจิทัล และช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก

ไทม์ไลน์การเปิดระบบและช่วงเวลาใช้สิทธิ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้วางกำหนดการสำหรับโหมดเดลิเวอรีไว้ดังนี้:

  • สำหรับร้านค้า: เริ่มกดสมัครเข้าร่วมผ่านระบบเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
  • สำหรับประชาชน: เริ่มใช้สิทธิสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 * เวลาที่กำหนด: สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวัน

วิธีการสมัครเข้าร่วมสำหรับร้านค้า (ผ่านแอปฯ ถุงเงิน)

ร้านค้าอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มช่องทางเดลิเวอรี สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้:

  1. อัปเดตแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ “ถุงเงิน” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. กดสมัคร: เลือกกดที่แบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนหน้าแอปพลิเคชัน
  3. กดยอมรับเงื่อนไข: อ่านและกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของโครงการ
  4. เลือกแพลตฟอร์ม: เลือกผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่ร้านค้าต้องการเข้าร่วม

เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น ร้านค้าจะสามารถรับออเดอร์จากลูกค้าผ่านระบบเดลิเวอรีได้ทันที โดยจะมีไรเดอร์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ มารับสินค้าไปส่งให้ผู้บริโภคตามปกติ และร้านค้ายังคงตรวจสอบประวัติการรับเงินได้อย่างสะดวกผ่านแอปฯ ถุงเงินเช่นเดิม

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ลดภาระค่าครองชีพ

การเชื่อมโยงโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เข้ากับแพลตฟอร์มส่งอาหารในครั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยที่อาจไม่มีหน้าร้านในทำเลทอง รวมถึงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารในราคาประหยัดได้โดยไม่ต้องเดินทาง

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และลดภาระค่าครองชีพประชาชนไปพร้อมกัน เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกระจายลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง” รองโฆษกฯ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง