นายกฯ ปลุกกำลังซื้อผ่าน “ไทยช่วยไทยพลัส” ย้ำไม่ใช่แจกเงิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสตอบรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ว่า เป็นสัญญาณสะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังกดดันราคาพลังงานและต้นทุนการดำรงชีวิตทั่วโลก
นายกรัฐมนตรีระบุว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แตกต่างจากโครงการ “คนละครึ่ง” ในอดีตอย่างชัดเจน โดยใช้โมเดลร่วมจ่ายในสัดส่วน 60/40 พร้อมขยายระยะเวลาดำเนินโครงการออกเป็น 4 เดือน วงเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องและกระจายเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากได้มากขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ประชาชนกว่า 30 ล้านคนเข้าร่วมโครงการ โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า สิทธิในแต่ละเดือนจะไม่สามารถสะสมข้ามเดือนได้ เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ หากประชาชนชะลอการใช้สิทธิและนำมาใช้พร้อมกันในช่วงท้าย อาจทำให้กลไกการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เกิดประสิทธิภาพตามที่วางไว้
นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า แนวคิดของ “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่ใช่มาตรการแจกเงินแบบไม่มีเงื่อนไข แต่เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับประชาชนในการช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะทุกครั้งที่ประชาชนใช้จ่าย รัฐบาลจะร่วมสมทบ ทำให้เกิดแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจแบบ “สองเด้ง” ทั้งต่อผู้บริโภค ร้านค้า และระบบเศรษฐกิจโดยรวม
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ พิจารณารูปแบบโครงการเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับคำว่า “พลัส” ที่รัฐบาลเคยใช้หาเสียงไว้ โดยต้องการให้มาตรการครั้งนี้มีแรงขับเคลื่อนมากกว่าเดิม และสามารถตอบโจทย์สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันได้จริง
รัฐบาลคาดว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศราว 200,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยพยุงกำลังซื้อภาคประชาชนและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในช่วงที่หลายประเทศกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก
“ผมรอถึงต้นเดือนมิถุนายนที่เราจะเริ่มโครงการนี้ด้วยความกระวนกระวาย อยากเห็นการใช้จ่ายเงินพวกนี้เข้าในระบบให้เร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย โดยแสดงความคาดหวังว่าโครงการจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวได้อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงครึ่งปีหลัง.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
