รีเซต

ผู้ค้าปลีกชง “ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” เปิดโมเดิร์นเทรดร่วมโครงการ

ผู้ค้าปลีกชง “ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” เปิดโมเดิร์นเทรดร่วมโครงการ
TNN ช่อง16
21 กันยายน 2569 ( 17:13 )
7

ภาคค้าปลีกเสนอแนวทางต่อยอดมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ในระยะถัดไป โดยมองว่าการขยายขอบเขตร้านค้าที่เข้าร่วมให้ครอบคลุมผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในระบบภาษี รวมถึงโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อ จะเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน และเชื่อมเม็ดเงินจากมาตรการไปยังผู้ผลิต SMEs และวิสาหกิจชุมชนที่จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่

ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่กระทรวงการคลังจะนำผลการดำเนินงานและรายละเอียดเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาโครงการ เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2569 โดยข้อมูลรัฐบาล ณ วันที่ 18 กันยายน เวลา 23.00 น. พบว่า “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” มียอดใช้จ่ายสะสม 161,555.6 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,528 ราย 

ผู้ค้าปลีกมองเฟสแรกช่วยพยุงกำลังซื้อ

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ให้สัมภาษณ์รายการ News Tank ทาง TNN ว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส มีส่วนช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงที่ประชาชนเผชิญภาระค่าครองชีพ โดยช่วยพยุงการจับจ่ายในระยะสั้น ขณะที่สมาคมผู้ค้าปลีกไทยสนับสนุนการเดินหน้ามาตรการดังกล่าวต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม รูปแบบของโครงการในระยะแรกมุ่งกระจายเงินผ่านร้านค้ารายย่อยเป็นหลัก ทำให้ร้านค้าบางกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขเข้าร่วมโครงการไม่ได้รับเม็ดเงินจากมาตรการโดยตรง ซึ่งนายณัฐมองว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคย่อมมีแนวโน้มเลือกใช้จ่ายกับร้านค้าที่สามารถใช้สิทธิได้มากกว่า

ข้อมูลอย่างเป็นทางการในช่วงเริ่มต้นโครงการระบุว่า “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” กำหนดให้ภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 60 สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 โดยเป็นหนึ่งในมาตรการภายใต้กรอบโครงการไทยช่วยไทย พลัส วงเงินรวมไม่เกิน 175,718.66 ล้านบาท 

เสนอขยายสิทธิถึงโมเดิร์นเทรด-ร้านสะดวกซื้อ

สำหรับแนวทางของ “ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” นายณัฐเสนอให้ภาครัฐพิจารณาขยายขอบเขตร้านค้าที่เข้าร่วม โดยใช้การอยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้องเป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์ พร้อมเปิดโอกาสให้โมเดิร์นเทรด ค้าปลีกสมัยใหม่ และร้านสะดวกซื้อสามารถเข้าร่วมได้

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยประเมินว่า หากเพิ่มช่องทางดังกล่าว ยอดขายที่เกิดจากโครงการมีโอกาสเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% หรือมากกว่านั้น ตามการประเมินของสมาคม เนื่องจากเครือข่ายค้าปลีกสมัยใหม่มีสาขากระจายในหลายพื้นที่และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก

อีกประเด็นที่สมาคมให้ความสำคัญ คือห่วงโซ่ของผู้ผลิตสินค้า เนื่องจากโมเดิร์นเทรดเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าของ SMEs และวิสาหกิจชุมชนจำนวนมาก การเพิ่มร้านค้าเหล่านี้เข้าสู่โครงการจึงอาจช่วยให้กำลังซื้อส่งต่อไปยังผู้ผลิตรายย่อยที่อยู่เบื้องหลังสินค้าในระบบค้าปลีกได้กว้างขึ้น

ใช้โปรโมชั่นเอกชนช่วยต่อยอดมาตรการรัฐ

นายณัฐเสนอเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกสามารถนำศักยภาพด้านโปรโมชั่นมาเสริมมาตรการร่วมจ่ายของภาครัฐ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการจับจ่ายและเพิ่มประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ โดยสมาคมผู้ค้าปลีกไทยพร้อมหารือรายละเอียดกับกระทรวงการคลัง ทั้งเรื่องขอบเขตผู้เข้าร่วม หลักเกณฑ์ และระบบตรวจสอบ เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ข้อเสนอของสมาคมยังให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี รวมถึงร้านค้าขนาดกลาง ร้านอาหาร และร้านค้ารายย่อยภายในศูนย์การค้า ซึ่งบางส่วนไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการในระยะแรก

จับตา 22 ก.ย. ครม.พิจารณาขยายโครงการ

สำหรับขั้นตอนต่อไป รัฐบาลระบุว่า กระทรวงการคลังเตรียมนำผลการดำเนินงานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเสนอ ครม. วันที่ 22 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาการขยายระยะเวลาโครงการ หลังยอดใช้จ่ายสะสมล่าสุดผ่านระดับ 1.61 แสนล้านบาท 

นายณัฐประเมินทิศทางเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 4 ว่า มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีและกิจกรรมการจับจ่าย หากมาตรการไทยช่วยไทย พลัส เดินหน้าต่อและเพิ่มช่องทางการใช้สิทธิ จะเป็นอีกแรงสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศและกิจกรรมของภาคค้าปลีกในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง