รีเซต

“ไทยช่วยไทยพลัส” ถูกใจคน แต่โจทย์ใหญ่ยังอยู่ที่ค่าครองชีพ-หนี้ครัวเรือน

“ไทยช่วยไทยพลัส” ถูกใจคน แต่โจทย์ใหญ่ยังอยู่ที่ค่าครองชีพ-หนี้ครัวเรือน
TNN ช่อง16
6 กันยายน 2569 ( 16:32 )

ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย พลัส” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อมาตรการ และมองว่าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ผลต่อเศรษฐกิจชุมชนและร้านค้ารายย่อยได้รับการประเมินในทางบวกมากกว่า

ดร.ชาญวิชย์ อริยาวรนันต์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 1–5 กันยายน 2569 จากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,128 ตัวอย่าง ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และมีค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 3

คนส่วนใหญ่พอใจมาตรการ

ผลสำรวจพบว่า ประชาชนร้อยละ 63.8 พึงพอใจต่อมาตรการ “ไทยช่วยไทย 60/40” ในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 24.7 พึงพอใจในระดับปานกลาง และร้อยละ 11.5 พึงพอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย

เมื่อรวมกลุ่มที่มีความพึงพอใจตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป พบว่ามีสัดส่วนร้อยละ 88.5 สะท้อนว่ามาตรการได้รับการตอบรับจากประชาชนในระดับสูง

ในด้านการช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ร้อยละ 53.8 มองว่าช่วยได้มากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 34.9 เห็นว่าช่วยได้ปานกลาง และร้อยละ 11.3 เห็นว่าช่วยได้น้อยถึงไม่ช่วยเลย

มองเงินหมุนในชุมชนมากกว่าช่วยฐานะครัวเรือน

เมื่อถามถึงผลต่อเศรษฐกิจชุมชนและร้านค้ารายย่อย พบว่าประชาชนประเมินผลในทางบวกมากกว่า โดยร้อยละ 62.7 เห็นว่ามาตรการช่วยได้มากถึงมากที่สุด ร้อยละ 27.4 เห็นว่าช่วยได้ปานกลาง และร้อยละ 9.9 เห็นว่าช่วยได้น้อยถึงไม่ช่วยเลย

ผลสำรวจจึงสะท้อนว่า จุดเด่นของมาตรการอยู่ที่การทำให้เกิดการใช้จ่ายและมีเงินหมุนเวียนในชุมชน ขณะที่ผลต่อความรู้สึกว่าฐานะของครัวเรือนดีขึ้นยังมีข้อจำกัด

ในมุมเศรษฐศาสตร์ มาตรการ 60/40 ทำหน้าที่เป็น Demand-Side Stimulus หรือมาตรการกระตุ้นอุปสงค์ ช่วยให้เกิดการจับจ่ายและเงินหมุนเวียนไปยังร้านค้ารายย่อย แต่การเปลี่ยนเงินหมุนเวียนดังกล่าวให้เป็นความมั่นคงของรายได้ครัวเรือนยังต้องอาศัยมาตรการเสริม

มากกว่าครึ่งมองช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นรัฐบาล

ด้านความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 56.6 ระบุว่ามาตรการช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อความสามารถของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ

ขณะที่ร้อยละ 32.8 ระบุว่าความเชื่อมั่นไม่เปลี่ยนแปลง และร้อยละ 10.6 ระบุว่าความเชื่อมั่นลดลง

หลังมาตรการจบ ประชาชนอยากให้แก้อะไรต่อ

เมื่อถามถึงสิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการหลังสิ้นสุดมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ความต้องการอันดับแรกคือการเดินหน้ามาตรการดังกล่าวต่อเพื่อช่วยลดค่าครองชีพ

รองลงมาคือการลดค่าไฟฟ้า น้ำมัน และพลังงาน การช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการสร้างงาน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้เสริม

ภาพรวมของผลสำรวจจึงไม่ได้สะท้อนเพียงความพึงพอใจต่อมาตรการ แต่ยังชี้ให้เห็นว่าประชาชนต้องการให้การช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจต่อเนื่องไปยังปัญหาค่าครองชีพ รายได้ หนี้ครัวเรือน และต้นทุนด้านพลังงาน หลังมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” สิ้นสุดลง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง