รีเซต

ไบเดนอัดงบช่วยยูเครนเพิ่ม 1.3 พันล้านเหรียญ จัดหาอาวุธ-กู้ศก.

ไบเดนอัดงบช่วยยูเครนเพิ่ม 1.3 พันล้านเหรียญ จัดหาอาวุธ-กู้ศก.
มติชน
22 เมษายน 2565 ( 06:02 )
22
ไบเดนอัดงบช่วยยูเครนเพิ่ม 1.3 พันล้านเหรียญ จัดหาอาวุธ-กู้ศก.

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศคำมั่นสัญญาว่าจะเพิ่มเงินช่วยเหลือยูเครนอีก 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท สำหรับการจัดหาอาวุธใหม่และรวมถึงความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ยูเครนรับมือกับการรุกรานที่รุนแรงขึ้นของรัสเซีย

ไบเดนกล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือทางทหารครั้งล่าสุดนี้จะถูกส่งตรงไปยังแนวหน้าโดยมีเป้าหมายเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งเสรีภาพ โดยประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นผู้ที่ต้องจ่ายหนี้พร้อมดอกเบี้ยนี้ให้กับเรา และว่ารัสเซียกำลังเดินพันว่าความสามัคคีของชาติตะวันตกกำลังจะล่มสลาย เราจะพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเขาคิดผิด

งบประมาณช่วยเหลือก้อนใหม่นี้รวมถึงความช่วยเหลือทางทหารมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สำหรับปืนใหญ่ที่มีความจำเป็นมาก รวมถึงกระสุน และอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนเพื่อนำไปใช้ในการสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครน เพิ่มเติมจากความช่วยเหลือทางทหารมูลค่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ที่ไบเดนได้อนุมัติไปก่อนหน้านี้

นอกจากนั้นยังเป็นความช่วยเหลือโดยตรงทางเศรษฐกิจอีก 500 ล้านดอลลาร์ให้แก่ยูเครน เพื่อนำไปใช้เป็นเงินเดือนของรัฐบาล เงินบำนาญ รวมถึงในโครงการอื่นๆ ทำให้เงินสนับสนุนของสหรัฐต่อเศรษฐกิจของยูเครนเพิ่มขึ้นเป็น 1 พันล้านดอลลาร์

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เชเลนสกี ของยูเครนออกมาแสดงความขอบคุณต่อการให้ความช่วยเหลือครั้งล่าสุดของสหรัฐ พร้อมกับระบุว่าประเทศของเขาต้องการความช่วยเหลือมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะสูงถึง 7 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อชดเชยความสูญเสียทางเศรษฐกิจ รวมถึงนำไปใช้ในการจัดหาอาวุธและการทำสงครามที่ต่อเนื่อง

ผู้นำยูเครนกล่าวว่า ขณะนี้อาคารหลายหมื่นแห่งได้รับความเสียหาย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นที่กลายเป็นซากปรักหักพัง ทำให้ยูเครนจำเป็นต้องใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์เพื่อสร้างมันขึ้นมาใหม่

อย่างไรก็ดีแม้ไบเดนจะเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่สหรัฐและชาติพันธมิตรที่จะต้องสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ต่อไป แต่มีสัญญาบ่งชี้ว่าชาวอเมริกันดูจะเพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับสงครามครั้งนี้มากขึ้น

ผลโพลล่าสุดที่สำนักข่าวเอพีจัดทำขึ้นร่วมกับศูนย์วิจัย NORC แสดงให้เห็นว่าความต้องการของชาวอเมริกันที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมกับสงครามนี้ลดลงแล้ว โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 32% ที่เห็นว่าสหรัฐควรมีบทบาทสำคัญในความขัดแย้งดังกล่าว ลดลงจาก 40% ในเดือนที่แล้ว แต่ยังสูงกว่าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ 26% เล็กน้อย ขณะที่ 49% เห็นว่าสหรัฐควรมีบทบาทเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในสงครามนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง