KGI เปิดโผ 5 หุ้นเด่น ต.ค. เน้นลงทุนเอกชน–ดาต้าเซ็นเตอร์

#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ เจาะหุ้นเด่นเดือนตุลาคม แนะนำะสมหุ้นธีมลงทุนเอกชน และดาต้าเซ็นเตอร์ ชู DELTA, GULF, WHA, STECON และ CENTEL เด่น
ฝ่ายวิจัยมุมมองตลาดเดือนตุลาคม น่าจะ rebound ได้เพราะตลาดสะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกไปมากแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าดัชนี SET น่าจะฟื้นตัวได้ โดยตลาดน่าจะดีดตัวขึ้นหลังจากที่ตอบรับเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกอย่างเช่น ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในตลาดหลักทั่วโลก ทั้งนี้ เมื่อมองต่อไปข้างหน้า ฝ่ายวิจัยมองว่ามีโอกาสสูงที่ Fed จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราวเพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ดัชนีราคา core PCE เดือนสิงหาคมออกมาต่ำกว่า consensus
นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังมองว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่สหรัฐ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในบางรูปแบบได้ในไม่ช้า หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงสัญญาณของการประนีประนอมกันมากขึ้นในช่วงนี้ สำหรับปัจจัยในประเทศ รัฐบาลไทยเริ่มเดินหน้ามาตรการกระตุ้นการบริโภคเฟสสุดท้ายจากวันนี้ไป และ จะเปลี่ยนโหมดไปเน้นกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งได้แก่โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้แนวทาง PPP และ FDIs
**ธีมหุ้นแนะนำ ต.ค.
DELTA*: การที่ผู้ถือหุ้น DELTA ออกหุ้นกู้แปลงสภาพ (exchangeable bond) ไม่น่าจะกระทบกับโครงสร้างผู้ถือหุ้น, โครงสร้างการบริหาร หรือ การดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งการระดมทุนดังกล่าว เป็นไปตามแผนขยายธุรกิจของ Delta Taiwan และ สอดคล้องกับมุมมองของ KGI Taiwan ต่อมองบวกกับทิศทางการอัพเกรดสายโซ่อุปทาน AI เราคาดว่า DELTA จะได้อานิสงส์จากอุปสงค์ AI server ที่แข็งแกร่ง และ การอัพเกรดสายโซ่อุปทาน AI server ที่กำลังเกิดขึ้นตลอดทั้งสาย
GULF*: แนวโน้มยังดูน่าสนใจโดยมีอุปสงค์ data center ที่ระบุได้แล้ว>2GW ของกำลังการผลิตที่คาดว่าจะได้ Direct PPA และ แผน PDP2026 ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนอีก 20-30GW และ เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซอีก 20GW นอกจากนี้ เรายังคาดว่าต้นทุนการพัฒนาโครงการ RE ที่ต่ำกว่างบที่ตั้งไว้จะทำให้อัตราผลตอบแทนมี upside มากขึ้น
WHA*: ถึงแม้เกณฑ์ใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้นในการคุมการลงทุน data center อาจจะฉุดรั้งแนวโน้มในระยะสั้น แต่เรามองว่าจะส่งผลดีต่อ WHA Group ในระยะยาว เพราะอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด (barriers to entry) ที่สูงขึ้นน่าจะทำให้ธุรกิจที่เข้ามาใหม่อยากเข้ามาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่มีบริการsolutionsครบวงจรมากกว่าจะพัฒนาศูนย์แบบ stand-alone ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีแผนจะบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ภายในเดือนตุลาคม ซึ่งจะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้นกับหุ้น WHA
STECON*: บริษัทเซ็นสัญญาโครงการใหม่มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท (20% ของเป้าปี 2569F ที่ 5 หมื่นล้านบาท) ทำให้ backlog เพิ่มขึ้นเป็น 1.164แสนล้านบาท โดยคาดว่าจะได้โครงการเพิ่มอีก 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลัก ๆ จะเป็นโครงการ data centerและ โรงไฟฟ้า เรามองว่า STECON จะเป็นหุ้นหลักที่ได้อานิสงส์จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในระบบนิเวศดิจิทัล ซึ่งรวมถึง FDI ที่เข้ามาลงทุนใน data center ด้วย
CENTEL*: ฝ่ายวิจัยยังคงมองบวกหลังจากที่ได้อัพเดตข้อมูลกับผู้บริหารของบริษัท โดย RevPAR ที่ลงบัญชีใน Q3/69F ฟื้นตัวขึ้น YoY ระดับหลักเดียวกลาง ๆ จาก -10% ใน Q2/69 และ คาดว่าจะดีขึ้นอีกในช่วงhigh season ใน Q4/69F จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นในประเทศไทย และ มัลดีฟส์
**พอร์ตหุ้นแนะนำก.ย.ลดลง 2.6%
ทั้งนี้ พอร์ตหุ้นแนะนำเดือนกันยายนลดลง 2.6% ซึ่ง underperform ตลาดรวมที่ลดลง 2.0% ตลาดหุ้นไทยผันผวนอย่างหนักในเดือนกันยายน โดยอ่อนแอลงเล็กน้อยในช่วงปลายเดือนเพราะนักลงทุนอยู่ในโหมด risk-off มากขึ้นจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกพุ่งสูงขึ้น และ สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ดังนั้น กระแสเงินทุนจากต่างชาติจึงอ่อนแอลงในระยะสั้นตามกระแสเงินทุนระยะสั้นที่ไหลออกสอดคล้องกับเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้กรุงเทพ และ ปริมณฑลยังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมเฉียบพลันในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน ทำให้เกิดกระแสความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและ คุณภาพสินทรัพย์ของสถาบันการเงินมุมมองตลาดเดือนตุลาคม: น่าจะrebound ได้เพราะตลาดสะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกไปมากแล้ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
