รีเซต

เอเซีย พลัส ประเมินเป้าดัชนีหุ้นไทยที่ 1,720 จุด แนะ 8 หุ้นคาดกำไร Q4 เด่น

เอเซีย พลัส ประเมินเป้าดัชนีหุ้นไทยที่ 1,720 จุด แนะ 8 หุ้นคาดกำไร Q4 เด่น
ทันหุ้น
1 ตุลาคม 2569 ( 10:42 )

#ทันหุ้น-ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ประเมินเป้าหมายสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 1,720 จุด (บนสมมติฐาน EPS26F ที่ 95 บาท/หุ้น) อย่างไรก็ดี หาก BOND YIELD 10 ปีของไทยเร่งตัวขึ้นมาแตะ 2.40% อาจกดดัน FAIR P/E ลงเหลือ 16.39 เท่า ซึ่งคิดเป็นระดับดัชนีเหมาะสมที่ 1,550 จุด

กลยุทธ์การลงทุนปรับจาก INDEX SELECTION ไปสู่ SELECTIVE STOCK SELECTION โดยเน้นหุ้นกลุ่ม LAGGARD ที่ได้รับผลบวกจากช่วง HIGH SEASON และ LOW BASE EFFECT รวมถึงคาดกำไรไตรมาส 4/69 เด่น ประกอบด้วยหุ้น CPN, CBG, THAI, BDMS, BBL, COM7, STECON และ GUNKUL

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยที่น่ากังวล หลังสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 67.45% เข้าใกล้กรอบเพดานวินัยการคลังที่ 70% ส่งผลให้ภาครัฐมีพื้นที่ในการกู้เงินเพิ่มเติมได้ไม่มาก ขณะที่ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเดินทางและการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยประเมินความเสียหายเบื้องต้นราว 5 พัน-1 หมื่นล้านบาท และอาจกดดันการเติบโตของจีดีพี ในไตรมาส 3/69 ให้ชะลอลงมาอยู่ที่ประมาณ 2.2-2.5%

ด้านสถานการณ์การเมือง ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในหลายประเด็นตามมาตรา 151 อย่างไรก็ตาม ประเมินว่ารัฐบาลยังสามารถประคองเสียงสนับสนุนในสภาได้ เนื่องจากมีเสียงสนับสนุนราว 290 เสียง ทำให้ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะสั้นยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 4/69 ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการบริโภคในช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หลังจากเผชิญแรงกดดันในช่วงไตรมาส 3

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งจะเข้ามาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและการใช้จ่ายในประเทศ ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนประหยัดภาษีอย่าง RMF และ THAIESG ไหลเข้าสู่ตลาดในช่วงปลายปีประมาณ 1.5-2.0 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น แม้เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันจากข้อจำกัดด้านการคลัง ผลกระทบจากอุทกภัย และความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่ช่วงไตรมาส 4/69 ยังมีแรงหนุนจากภาคท่องเที่ยว การบริโภค มาตรการภาครัฐ และเม็ดเงินจากกองทุนประหยัดภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามว่าจะช่วยชดเชยแรงกดดันจากไตรมาส 3 ได้มากน้อยเพียงใด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง