รีเซต

ส่อง PTTGC-SCC ดีลตั้งบ.ร่วมทุน โบรกมองสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว

ส่อง PTTGC-SCC ดีลตั้งบ.ร่วมทุน โบรกมองสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว
ทันหุ้น
1 ตุลาคม 2569 ( 11:16 )

#ทันหุ้น-ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และหุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงความคืบหน้าการศึกษาความเป็นไปได้ทางกลยุทธ์สำหรับการร่วมทุนระหว่าง PTTGC และ SCGC ในธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย ทั้งสองฝ่ายได้ บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับขอบเขตของโครงการร่วมทุน (JV Scope) เรียบร้อยแล้ว คาดว่า PTTGC จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโครงการร่วมทุน ขณะที่ SCGC จะยังคงถือหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญในกิจการร่วมทุนนี้

ฝ่ายวิจัยมีมุมมองต่อหุ้น PTTGC โดยมองว่า JV ที่จัดตั้งขึ้นถือเป็น Strategic reset ของ PTTGC ในรอบขาลงของวัฏจักรปิโตรเคมีลด downside risk จากการลงทุนขยายกำลังผลิตใหม่ในตลาดที่อยู่ในภาวะ oversupply รวมถึงเป็นการสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจปิโตรเคมีในภูมิภาค เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว จากความมี integration และ economy of scale โดย PTTGC จะเสริมจุดแข็งฝั่ง Upstream + Feedstock flexibility ขณะที่ SCGC จะ เสริมทางด้าน Downstream, HVA และ R&D ทำให้สร้างฐานกำไรให้มีเสถียรภาพมากขึ้น

นอกจากนี้คาดจะช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับ product mix มุ่งสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม สูง HVA และหลากหลายขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ PE/PP ของทั้งสองฝั่งสามารถเชื่อมโยงกันได้

ฝ่ายวิจัยมองว่า JV ระหว่าง PTTGC และ SCGC เป็นการวางโครงสร้างใหม่เพื่อความแข็งแกร่งระยะยาวมากกว่า จะเป็นดีลสร้างกำไรระยะสั้น โดยมีเป้าหมายช่วยลดความผันผวนของธุรกิจ commodity และ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม ดังนั้นสำหรับการลงทุนระยะยาวมีมุมมองเชิง บวกเนื่องจาก JV จะช่วยลด downside ของ cycle และเพิ่ม resilience

อย่างไรก็ตามหากเป็นการลงทุนระยะสั้นเนื่องจากดีลนี้ยังไม่เสร็จสิ้น โดยทั้ง 2 บริษัทจะกำหนดรายละเอียด สำคัญของธุรกรรม เช่น โครงสร้างการถือหุ้น ขั้นตอนดำเนินงาน และผลประโยชน์ร่วม (Synergies) ได้แล้วเสร็จ ภายในสิ้นเดือน ต.ค.69 ทั้งนี้การร่วมทุนยังขึ้นอยู่กับการอนุมัติภายใน ของทั้งสองบริษัท การประเมินมูลค่าขั้นสุดท้าย (Final Valuation) และการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและ พันธมิตรร่วมทุน จึงยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อ

โดยแนะนำ"เก็งกำไร"ในหุ้น PTTGC ให้ราคาเป้าหมายที่ 48 บาท

**มุมมองหุ้น SCC

ส่วนหุ้น SCC ฝ่ายวิจัยมองว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การถือหุ้นต่ำกว่า 50% แต่อยู่ที่มูลค่า Synergy และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจาก JV โดย SCGC ยังคงถือหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ ขณะที่การไม่ Consolidate งบ อาจทำให้ Balance Sheet มีประสิทธิภาพมากขึ้นจาก การลดการรับรู้สินทรัพย์และหนี้สินในงบรวม ส่วนกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีไม่ได้ลดลง แต่เปลี่ยนจากการรับรู้ผ่าน EBITDA มาเป็น Equity Income ซึ่งสะท้อนกำไรสุทธิของ JV โดยตรง ทำให้ Pool กำไรที่ SCC รับรู้มีขนาดใหญ่ขึ้น และอาจสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้น ได้มากกว่าที่ตลาดกังวลจากประเด็นสัดส่วนการถือหุ้นเพียงอย่างเดียว

ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SCC ให้ราคาเหมาะสม 310 บาท โดยมีโครงการ LSPE Ethane, CBM Transformation และฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นเป็นปัจจัยหนุนหลัก ขณะที่ JV ระหว่าง SCGC และ PTTGC ยังเป็น Upside เพิ่มเติมที่อาจปลดล็อกมูลค่าธุรกิจเคมีภัณฑ์ได้ อย่างมีนัยสำคัญ หากสามารถสร้าง Synergy ตามเป้าหมายและแปลงเป็นผลตอบแทน ทางเศรษฐกิจให้แก่ SCC ได้ โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างสุดท้ายเอื้อให้ SCC รับรู้กำไร ผ่าน Equity Income มากขึ้น พร้อมกับ Balance Sheet ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจากการ ไม่ต้องรวมสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของ JV เข้ามาในงบการเงินรวม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง