แพม บอนดี รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ ถูกทรัมป์สั่งปลดจากตำแหน่ง

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งปลด แพม บอนดี พ้นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยทรัมป์โพสต์บน Truth Social ระบุว่า เธอจะเปลี่ยนผ่านไปรับบทบาทในภาคเอกชนแทน
ทั้งนี้ บอนดี คือหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของทรัมป์ และเป็นผู้ปกป้องรัฐบาลอย่างเหนียวแน่น แต่ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา การดำรงตำแหน่งผู้นำกระทรวงยุติธรรมของเธอ ถูกบดบังด้วยเรื่องการเปิดเผยเอกสารคดี เจฟฟรีย์ เอปสตีน อันยุ่งเหยิง และยังต้องเผชิญกับคำถามเกี่ยวกับการจัดการสืบสวนกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง ยิงประชาชนเสียชีวิต 2 ราย ระหว่างการปะทะกันในเมืองมินนีแอโพลิส ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงไปทั่วประเทศเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
บอนดีถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนที่สองในรัฐบาลทรัมป์ ที่ถูกปลดจากตำแหน่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อจาก คริสตี โนเอม ที่ถูกถอดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ ในเดือนมีนาคม โดย ทอดด์ แบลนช์ อดีตรองอัยการสูงสุด จะเข้ามารับตำแหน่งแทนบอนดี
ด้าน บอนดี กล่าวว่า เธอจะทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อส่งต่องานให้แก่แบลนช์ // การได้ดำรงตำแหน่งนี้ถือเป็น “เกียรติสูงสุด” ในชีวิต และเธอจะเดินหน้าต่อสู้เพื่อประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐบาลนี้ต่อไป ในบทบาทใหม่ของเธอในภาคเอกชน ซึ่งเธอไม่ได้ระบุว่าคืออะไร
การประกาศครั้งนี้มีขึ้นไม่ถึง 2 เดือน หลังจากบอนดีถูกไต่สวนในสภาคองเกรสอย่างดุเดือด // ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทรัมป์ยังออกโรงปกป้องบอนดี โดยกล่าวว่า “เธอเป็นคนที่ยอดเยี่ยมและกำลังทำหน้าที่ได้ดี” แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทรัมป์กลับประกาศเรื่องการปลดบอนดีออกจากตำแหน่งผ่าน Truth Social และบอกบทบาทใหม่ในภาคเอกชนของเธอนั้นจะมีการ “ประกาศในเร็วๆ นี้”
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทรัมป์เริ่มมีความขัดแย้งและหงุดหงิดในตัวบอนดีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเด็นการจัดการเรื่อง “สำนวนคดีเอปสตีน”
ทั้งนี้เมื่อครั้งที่เธอสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 บอนดีได้ให้คำมั่นว่าจะสร้างความโปร่งใสในคดีเอปสตีน และรับปากว่าจะเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกค้าของมหาเศรษฐีรายนี้ แต่ในเวลาต่อมา กระทรวงยุติธรรมกลับแถลงว่า ไม่มีรายชื่อดังกล่าว
ในท้ายที่สุด เอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีนจำนวนหลายล้านฉบับก็ถูกเผยแพร่ออกมา แต่เป็นการเปิดเผยเนื่องจากถูกกดดันอย่างหนักจากหลายฝ่าย รวมถึงจากกลุ่มผู้สนับสนุนของนายทรัมป์เอง และเกิดขึ้นหลังจากที่สภาคองเกรสผ่านกฎหมายบังคับให้กระทรวงยุติธรรมต้องเปิดเผยบันทึกที่ไม่มีสถานะความลับต่อสาธารณะ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
