น้ำมันโลกดิ่งแรงรับข่าวเจรจาหยุดยิง แนะเก็บหุ้น โรงไฟฟ้า-แบงก์-สื่อสาร

น้ำมันโลกดิ่งแรง แต่ดีเซลไทยยังแบกรับต้นทุนสูง
จากความคืบหน้าด้านการเจรจา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกช่วงเช้าที่ผ่านมาปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยลงมาอยู่ในระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสอดคล้องกับที่เคยประเมินไว้ว่าราคาน้ำมันจะมีค่าเฉลี่ยบริเวณ 90 ดอลลาร์ และมีแนวต้านสูงสุดที่ 120 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม สำหรับราคาน้ำมันภายในประเทศ โดยเฉพาะ "น้ำมันดีเซล" คาดว่าจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกอย่างน้อย 3-6 เดือน (ในระดับประมาณ 50 บาทต่อลิตร) สาเหตุหลักมาจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับภาระหนี้สูงถึงกว่า 50,000 ล้านบาทจากการอุดหนุนราคาในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับราคาดีเซลอ้างอิงที่ตลาดสิงคโปร์ยังคงพุ่งสูงถึงประมาณ 112 บาทต่อลิตร ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องรักษาระดับราคาไว้เพื่อรักษาสมดุลของกองทุนฯ ทั้งนี้ นโยบายส่งเสริมการ Work From Home ของรัฐบาลถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยประหยัดการใช้พลังงานได้ในระยะนี้
ล็อกกำไรกลุ่มพลังงาน โยกเข้ากลุ่มปลอดภัย
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทย คุณประกิตมองว่าตลาดมีโอกาสตอบรับเชิงบวกจากข่าวการเจรจา โดยประเมินตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยเบื้องต้นที่ระดับ 1% พร้อมให้คำแนะนำในการจัดพอร์ตลงทุน
หุ้นที่ควรขายทำกำไร (Take Profit) แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรใน กลุ่มพลังงานและโรงกลั่น (เช่น PTT) เนื่องจากราคาน้ำมันโลกเริ่มปรับฐานลงมาแล้ว
หุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง กลุ่มอุปโภคบริโภค และกลุ่มร้านอาหาร เนื่องจากธุรกิจกลุ่มนี้ยังคงได้รับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูง ทำให้กำไร (Margin) ลดลงอย่างมาก
หุ้นแนะนำลงทุนระยะสั้น ให้เน้นกลุ่มที่ปลอดภัยและได้รับอานิสงส์เชิงบวก ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า, กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มสื่อสาร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
