CKP แนะนำ “ซื้อ” เป้า 3.70 บาท

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #CKP แนะนำ “ซื้อ” เป้า 3.70 บาท
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) CK Power รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155% YoY แต่ลดลง 78% QoQ โดยผลประกอบการออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะลดลงจากผลกระทบการหยุดซ่อมบำรุงนอกแผนของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น (BIC) ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมฟื้นตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้แรงหนุนหลักจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL)
รายได้จากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ลดลง 18% YoY และ 22% QoQ จากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงของ BIC หลังหยุดซ่อมบำรุงนอกแผน อย่างไรก็ตาม การเดินเครื่องที่สม่ำเสมอของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) ช่วยลดผลกระทบด้านรายได้ได้บางส่วน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงมาอยู่ที่ 17.6% จาก 19.8% ในไตรมาส 1/2568 และ 19.4% ในไตรมาส 4/2568 ตามรายได้ที่อ่อนตัวลง
ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ (SG&A/Sales) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.6% ในไตรมาสนี้ จากค่าใช้จ่ายด้านที่ปรึกษาและโฆษณาที่สูงขึ้น ท่ามกลางรายได้ที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4% YoY จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติม แต่ลดลง 6% QoQ หลังอัตราดอกเบี้ยเริ่มปรับลดลง
อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 232 ล้านบาท จากที่ขาดทุนในช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้แรงหนุนจาก XPCL ที่มีปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น รวมถึงการรับรู้กำไรจากการปรับมูลค่า แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่วนแบ่งกำไรลดลง 72% QoQ เนื่องจากบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) รับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
ฝ่ายวิจัยคาดว่าสถานการณ์ระดับน้ำของ NN2 และ XPCL จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาส 2/2569 หลังปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มลดลง YoY ขณะเดียวกันยังต้องติดตามความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณฝนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบบางส่วนคาดว่าจะได้รับการชดเชยจากการกลับมาเดินเครื่องตามปกติของ BIC ซึ่งจะช่วยให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าฟื้นตัว QoQ รวมถึงรายได้จากการผลิตไฟฟ้าส่วนเกิน (Excess Account) ของ XPCL ราว 230 ล้านบาท จากระดับน้ำที่สูงในปี 2568 ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของกำไรในช่วงที่เหลือของปีได้บางส่วน
ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.70 บาท อิงวิธี DCF โดยมองว่า CKP ยังมีมูลค่าน่าสนใจ จากการซื้อขายที่ระดับ P/E ปี 2569 เพียง 8.9 เท่า และ EV/EBITDA 5.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 15 เท่า และ 11 เท่าตามลำดับ ขณะที่อัตรากำไร EBITDA อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 42% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 35% และมีฐานะการเงินแข็งแรงด้วยอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) เพียง 0.6 เท่าในช่วงปี 2569-2570
ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังมาจากการพึ่งพารายได้จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหลัก รวมถึงการแข่งขันจากโรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงอื่น ขณะที่ปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อราคาหุ้นจะมาจากกรณีที่ระดับน้ำในไตรมาส 2/2569 สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการใหม่เร็วกว่าคาด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
