รีเซต

รับเหมาคึกชิง 1.07 แสนล. จับตามาร์จิ้นงานฐานราก

รับเหมาคึกชิง 1.07 แสนล. จับตามาร์จิ้นงานฐานราก
ทันหุ้น
2 กันยายน 2569 ( 02:30 )

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอขออนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการรวมวงเงิน 1.07 แสนล้านบาท  ได้แก่ 1.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี (2569-2575)  2.ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท ระยะเวลา 8 ปี (2569-2576) และ 3.ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท ระยะเวลา 6 ปี (2569-2574) โดยรัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 อีกจำนวน 3 โครงการประกอบด้วย 1.โครงการช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย  2.โครงการช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ และ 3.โครงการช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี โดยได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งดำเนินการทบทวนความเหมาะสมของโครงการ จัดทำกลยุทธ์การตลาด และแผนธุรกิจอย่างรัดกุมตามข้อสังเกตของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากประเมินว่าข้อมูลประมาณการผู้โดยสารและสินค้าอาจยังมีแนวโน้มต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้และยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำเสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป

CK พร้อมลุยงานใหม่

ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยว่า บริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการที่มีความซับซ้อนทางวิศวกรรม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านฐานะการเงิน บุคลากร และการบริหารจัดการวัสดุก่อสร้างเชิงยืดหยุ่น เพื่อรองรับโอกาสการเข้าร่วมประมูลโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมพัฒนา

ขณะเดียวกัน บริษัทมีโอกาสรับงานก่อสร้างโยธา (CIVIL) จากบริษัทในเครือ ได้แก่ BEM, CKP และ TTW รวมถึงโครงการภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเติม Backlog และสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป

“บริษัทมีทีมเฉพาะกิจศึกษาโอกาสการเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดใหญ่ตามที่รัฐบาลระบุในแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมประเทศเพื่อวิเคราะห์รายละเอียดโครงการ เพื่อคัดเลือกโครงการที่สอดคล้องกับศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบริษัท พร้อมประเมินความคุ้มค่าและเพิ่มโอกาสในการคว้างานโครงการขนาดใหญ่เข้ามาเติม Backlog อย่างต่อเนื่อง”

@ รับเหมางานรัฐ-เอกชนเข้า

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินขั้นตอนการดำเนินงานภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ จำนวน 3 โครงการ วงเงินรวม 1.07 แสนล้านบาท โดยระบุว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะดำเนินการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเปิดประมูลโครงการต่อไป เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ภาคเอกชนซื้อเอกสาร TOR  ได้ราวปลายปี 2569 หรือช่วงต้นปี 2570 เพื่อให้เริ่มก่อสร้างได้ราวไตรมาส 3/2570 ตามแผนพัฒนาที่ประกาศไว้

นอกจากงานภาครัฐแล้ว งานก่อสร้างภาคเอกชน ก็มีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยมี Data Center เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ จากมูลค่าโครงการที่สูงและระยะเวลาก่อสร้างเพียงราว 1.5 ปี ช่วยให้ผู้รับเหมาสามารถรับรู้รายได้และกำไรได้เร็ว ขณะที่โครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่มีโอกาสทยอยเห็นความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติม Backlog ให้กับกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง  และกลุ่มฐานรากในอนาคต

@ ชู STECON PYLON

 ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยเลือก STECON เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มรับเหมาขนาดใหญ่  หนุนจากความสามารถในการเติม Backlog โดยเฉพาะโครงการ Data Center ที่มีมูลค่าโครงการที่ใหญ่ขึ้นตามความซับซ้อนและการพัฒนาของเทคโนโลยี แต่ใช้เวลาก่อสร้างเพียงประมาณ 1.5 ปี ทำให้สามารถรับรู้รายได้และช่วยบูสอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit) ได้อย่างรวดเร็วทันที ราคาเหมาะสม 22.28 บาท และเลือก PYLON เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มรับเหมาฐานราก  ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท

พร้อมกันนี้แนะนำ “ซื้อ” CK ราคาเป้าหมาย 29.27 บาท และ “ซื้อ” SEAFCO ราคาเป้าหมาย 3.46 บาท โดยยังคงมุมมองบวกต่อ จากอุตสาหกรรมงานตอกเสาเข็มที่มีความต้องการสูงกว่ากำลังการผลิต และมองว่าอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มอยู่ในระดับดี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง