คลังจ่อหั่นขนาดโซลาร์รูฟหนุนครัวเรือนเล็กเข้าร่วม

#คลัง #ทันหุ้น - คลังพิจารณาลดขนาด Solar Roof Top ที่รัฐอุดหนุน จาก 5 กิโลวัตต์ เหลือ 3 กิโลวัตต์ขึ้นไป เปิดทางบ้านใช้ไฟต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือน เข้าร่วมโครงการได้ พร้อมปรับเงินอุดหนุนตามขนาด 3-5 หมื่นบาทต่อหลัง
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง อาจปรับลดขนาดของ Solar Roof Top ที่รัฐจะให้การอุดหนุน จาก พ.ร.บ.เงินกู้ เพื่อให้บ้านขนาดเล็กสามารถเข้าร่วมโครงการได้
ขณะที่ก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการใช้เงินกู้ ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงิน 2 แสนล้านบาท (จากเงินกู้ทั้งหมด 4 แสนล้านบาท) ที่เสนอโครงการอุดหนุนการติดตั้ง Solar Roof Top ของบ้านประชาชนทั่วไป โดยจะอุดหนุนให้ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท สำหรับการติดตั้ง Solar Roof Top ขนาด 5 กิโลวัตต์ ซึ่งจากการคำนวณความคุ้มค่าในการติดตั้ง Solar Roof Top ในขนาดดังกล่าว จะต้องมีการใช้ไฟฟ้าอย่างต่ำราว 3,000 บาทต่อเดือน
** หนุนครัวเรือนเล็กร่วม
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ครัวเรือนขนาดเล็ก ที่ใช้ไฟฟ้าต่อเดือนต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือน มีโอกาสเข้าสู่โครงการติดตั้ง Solar Roof Top ของรัฐบาลได้ กระทรวงการคลัง จึงอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่า อาจจะปรับลดขนาดของ เมกะวัตต์ลงมาให้ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์ อาจอยู่ที่ 3 กิโลวัตต์ขึ้นไป โดยการอุดหนุนของรัฐ จะขึ้นอยู่กับขนาดเมกะวัตต์ โดยอาจมีการอุดหนุนตั้งแต่ 3 หมื่นบาทต่อหลัง จนถึง 5 หมื่นบาทต่อหลัง
นอกจากโครงการ Solar Roof Top ที่รัฐจะให้การอุดหนุนภาคครัวเรือนของประชาชนแล้ว โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานดังกล่าว ยังจะให้หน่วยราชการเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดอื่นๆ ด้วย ซึ่งอยู่ในระหว่างที่หน่วยงานของรัฐเสนอมา
ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จะต้องมีการเสนอโครงการให้คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการอนุมัติ ภายใน 30 กันยายนนี้ และการใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.บ.เงินกู้ จะต้องใช้จ่ายภายใน 30 กันยายน 2570
** จ่อคลอดพันธบัตร
ในเวลาเดียวกัน สบน. ยังได้เตรียมที่จะออก Sustainability-Linked Bond (SLB) รุ่นที่ 2 หรือ SLB425A อายุ 15 ปี วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ถึง 3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ สบน.กำหนด จะทำ Book Building ในวันที่ 10 กันยายนนี้ และกำหนดออกพันธบัตรดังกล่าว ( Issue Date) ในวันที่ 17 กันยายนนี้
SLB เป็นพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายความยั่งยืนของประเทศ ที่ประเทศไทยได้ลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่จะเป็น Net Zero ภายในปี 2593
สำหรับตัวชี้วัดและเป้าหมายความยั่งยืนของพันธบัตรรุ่นนี้ กำหนดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ ไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ( MtCO2e) ภายในปี 2578 คิดเป็นปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก 47 % จากปีฐานในปี 2562 และการเพิ่มพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง ( Other Effective Area-based Consevation Measures : OECMs ของประเทศ อย่างน้อย 30 % ภายในปี 2573
ทั้งนี้หากภาครัฐไม่สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวอัตราดอกเบี้ยของ SLB จะถูกปรับขึ้น โดยหากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านการลดคารบอน จะปรับดอกเบี้ยขึ้น 2.5 bps และหากไม่บรรลุ ในเรื่องการเพิ่ม OECMs จะปรับขึ้น 2.5 bps จากอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกำหนด ในทางตรงข้ามหากสามารถบรรลุเป้าหมายได้ อัตราดอกเบี้ยก็จะลดลง 2.5bps เช่นกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
