BCP โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 63 บาท Top Pick กลุ่มพลังงาน

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #BCP โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 63 บาท Top Pick กลุ่มพลังงาน
บล.เอเอสแอล เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” BCP ราคาเป้าหมาย 63 บาท ชู Top Pick กลุ่มพลังงาน คาดกำไรปี 2569 โต 986% พร้อมคาด Dividend Yield 12%
บล.เอเอสแอล เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) BCP ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 63 บาท โดยมองเป็น Top Pick ของกลุ่มพลังงาน จากมุมมองเชิงบวกต่อแผนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Bangchak 100X ซึ่งตั้งเป้ารายได้รวมแตะ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการผสานการทำงานร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน และธุรกิจการค้าน้ำมัน รวมถึงแผนเปลี่ยนผ่านธุรกิจโรงไฟฟ้าสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคที่มีรายได้มั่นคง และการสร้าง New S-Curve จากการผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานต้นทุนต่ำรายเดียวในไทย
บล.เอเอสแอล คาดกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 3.13 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 985.9% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจาก EBITDA Margin ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 12.5% จาก 7.0% ในปี 2568 โดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่นที่ได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่นในระดับสูงราว 18.4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบกับ 6.72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2568 ขณะที่รายได้รวมคาดอยู่ที่ 6.32 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% จากปีก่อน นอกจากนี้ ธุรกิจโรงกลั่นมีแผนเดินเครื่องกำลังการกลั่นเฉลี่ย 274,000 บาร์เรลต่อวัน ตลอดปี 2569 จาก 263,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2568 ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้าน AI และ Data Center
สำหรับผลประกอบการ 1H69 กำไรสุทธิคิดเป็น 59% ของประมาณการทั้งปี โดยฝ่ายวิจัยมองว่ากำไรสุทธิ 2H69 มีแนวโน้มชะลอตัวตามราคาน้ำมันที่ลดลงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ดีขึ้น ประกอบกับ 3Q69 เป็นช่วง Low Season ของการเดินทาง ก่อนฟื้นตัวใน 4Q69 รวมถึงแท่นขุดเจาะพลังงานธรรมชาติมีโอกาสปิดซ่อมบำรุงประจำปี อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหนุนจากรายได้ใหม่หลังการปิดดีลบริษัท Chevron Hong Kong และการเริ่มจำหน่าย SAF
นอกจากนี้ บล.เอเอสแอล มองบวกต่อการเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท Chevron Hong Kong Limited (CHK) โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่ม EBITDA ให้ BCP ราว 750-1,000 ล้านบาทในปี 2569 และจะเริ่มรับรู้ตั้งแต่ 3Q69 โดย CHK มีจุดเด่นในธุรกิจน้ำมันอากาศยานและเชื้อเพลิงเรือเดินสมุทร ซึ่งมีสัดส่วน 40% และ 35% ของรายได้ทั้งหมด ตามลำดับ ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกมีส่วนแบ่งตลาดราว 17% ในฮ่องกง มีสถานีบริการรวม 31 แห่ง และปริมาณขายเฉลี่ย 11.78 ล้านลิตรต่อเดือน
ด้านนโยบายเงินปันผล BCP มีนโยบายจ่ายไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิ และฝ่ายวิจัยคาด Dividend Yield ปี 2569 ที่ 11.9% หรือประมาณ 12% โดยคาดบริษัทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 3 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 กันยายน 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 17 กันยายน 2569 คิดเป็น Dividend Yield ราว 5.6% ขณะที่ BCP มีจุดเด่นด้านความสามารถในการทำกำไร โดยคาด ROE ปี 2569 อยู่ที่ 27.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 16.77%
ทั้งนี้ ราคาเป้าหมาย 63 บาทของ บล.เอเอสแอล ประเมินด้วยวิธี Sum of the Parts (SOTP) โดยให้มูลค่าธุรกิจโรงกลั่น 51.3 บาทต่อหุ้น ธุรกิจการตลาด 24.5 บาท ธุรกิจ Bio-Base 9.5 บาท ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ 9.8 บาท และธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน 8.5 บาท หักหนี้สินสุทธิ 40.7 บาทต่อหุ้น ได้มูลค่ารวม 92,562 ล้านบาท หรือราคาเป้าหมาย 63 บาทต่อหุ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
