BTS รับผลดีเร่งเมืองการบิน สีเขียว 8.2 แสน-สัญญาปี 85

#BTS #ทันหุ้น – BTS รับผลดีภาครัฐเร่งอู่ตะเภาหักรายจ่าย 2 เท่า บริษัทร่วมทุน UTA ลุยโครงสร้างพื้นฐานเมืองการบิน พร้อมพัฒนามิกซ์ยูส ลั่นสายสีเขียวแตะฟื้นดีแตะ 8.2 แสนรายต่อวัน สายสีชมพู – เหลืองรายได้เร่งตัวครอบคลุมรายจ่ายแล้ว ขูแม้สัมปทานจะสิ้นสุดปี 2572 แต่มีสัญญาเดินรถและซ่อมบำรุงยาวถึงปี 2585 สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ผู้อำนวยการใหญ่สายธุรกิจ MOVE บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลได้เร่งรัดโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดยให้ผู้ประกอบการหักรายจ่ายลงทุน (CAPEX) และรายจ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ได้ 2 เท่า ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พลังงานสะอาด และแรงงานทักษะสูง รวมถึง EEC Visa ลดภาษีธุรกิจขนส่งทางอากาศ และลดค่าจดทะเบียนเช่า-โอนอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่โครงการ
ในส่วนของบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ผู้ดำเนินการเมืองการบินตะวันออก ล่าสุดอยู่ระหว่างปรับแผนผังพื้นที่ในส่วน “Aviation City” และกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบน้ำประปา, ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้าและระบบทำความเย็น เบื้องต้นจะทยอยพัฒนาโครงการ Mixed-use ทั้งรูปแบบการลงทุนเอง และการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลาย โดยคาดว่าจะเริ่มพัฒนาได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 เป็นต้นไป
สำหรับแผนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร (Terminal) ยังอยู่ระหว่างการปรับแผนการลงทุน ก่อนนำแผนเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้การพัฒนาจะทยอยดำเนินการเป็นเฟสๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางและภาวะตลาดปัจจุบัน โดยยังคงเป้าหมายเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2574
@ ผู้โดยสารสายสีเขียวฟื้นตัว
ด้านภาพรวมธุรกิจ BTS Group ในปี 2569/70 บริษัทให้ความสำคัญกับ การฟื้นฐานะการเงินควบคู่การกลับมาของธุรกิจหลัก โดยควบคุมค่าใช้จ่าย รักษาวินัยทางการเงิน ลดภาระหนี้ และบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ พร้อมเลือกลงทุนเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนเหมาะสม โดยธุรกิจ MOVE ยังคงเป็นฐานรายได้หลัก ขณะที่ MIX มีโอกาสฟื้นตัวตามเม็ดเงินโฆษณาและการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้ระบบขนส่ง ส่วนธุรกิจ MATCH ช่วยเสริมรายได้จากสินทรัพย์และธุรกิจบริการ
สำหรับธุรกิจรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสุขุมวิท - หมอชิต–อ่อนนุช, และสายสีลม - สนามกีฬาแห่งชาติ–สะพานตากสิน ปัจจุบันปริมาณผู้โดยสาร (Ridership) มีทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง ปัจจุบันวันธรรมดาเร่งตัวกว่า 820,000 เที่ยวคนต่อวัน และในวันศุกร์สามารถขึ้นไปแตะระดับประมาณ 900,000 เที่ยวคนต่อวัน ส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นต่อเนื่อง โดยบริษัทคาดว่าในระยะใกล้รายได้จากการดำเนินงานของทั้ง 2 สายจะเริ่มครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
ต่อกรณีที่สัมปทานสายสีเขียวหลักจะสิ้นสุดในปี 2572 แต่ BTS ยังมีสัญญาจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2585 รวมถึงมีสัญญาจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 – 2 จนถึงปี 2585 ขณะที่สายสีชมพู และสายสีเหลืองอายุสัมปทานเหลืออีกราว 30 ปี ทำให้บริษัทยังคงมีรายได้จากการให้บริการเดินรถในระยะยาว และช่วยสร้างความสม่ำเสมอให้กระแสเงินสด
“ปัจจุบันค่าเฉลี่ยสายสีเขียวหลักโดยรวมอยู่ที่ระดับ 800,000 กว่าเที่ยวคนต่อวัน ขณะที่สายสีชมพูและสีเหลืองเริ่มเห็นอัตราการเติบโตดีขึ้น โดยรายได้จากการดำเนินงานของทั้งสองสายสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้แล้วย จึงช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กระแสเงินสดของธุรกิจรถไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี”
@พร้อมร่วมชิงงานใหม่
ทั้งนี้ BTS Group ยังมองหาโอกาสขยายเครือข่ายในอนาคต หากภาครัฐเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ เช่น สายสีเทาและสายสีน้ำตาล ซึ่งจะช่วยเชื่อมต่อโครงข่ายกับเส้นทางเดิมของ BTS เพิ่มฐานผู้โดยสาร และสนับสนุนการเติบโตของ Ridership ในระยะยาว รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ - หนองคายระยะที่ 1 ระยะที่ 2 ซี่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแล้ว
“การได้รับชำระหนี้ O&M สายสีเขียวจาก กทม. ช่วยปลดล็อกสภาพคล่องของ BTS และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารโครงสร้างหนี้ ทั้งการชำระหนี้ที่ครบกำหนด ลดความจำเป็นในการก่อหนี้ใหม่ และกันเงินรองรับการลงทุนโครงการใหม่ สอดรับกับแผนปี 2569/70 ที่บริษัทจะกลับมาให้น้ำหนักกับการเติบโตของธุรกิจหลักควบคู่การรักษาวินัยทางการเงิน”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
