รีเซต

TOGเล็งโรดโชว์ยุโรป แย้มออเดอร์ครึ่งหลังดีด

TOGเล็งโรดโชว์ยุโรป แย้มออเดอร์ครึ่งหลังดีด
ทันหุ้น
1 กันยายน 2569 ( 08:30 )

#TOG #ทันหุ้น - TOG เผย อยู่ระหว่างการพิจารณาโรดโชว์ยุโรป นำเสนอโปรดักต์-ปั๊มยอดขายเพิ่ม คาดผลดำเนินงานครึ่งหลังปี 2669 แจ่ม เหตุ ออเดอร์เพิ่มขึ้น -บุ๊กเงินเคลมประกันก้อนโตหนุน มองค่าเงินบาทอ่อนค่าหนุน  ส่วนกรณีมาตรการภาษีสหรัฐมาตรา 301 รอบใหม่ เชื่อยังอยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทสามารถดำเนินการแข่งขันได้

นายธรณ์ ประจักษ์ธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาจะไปนำเสนอข้อมูลและผลิตภัณฑ์ของบริษัท (โรดโชว์) ในประเทศแถบโซนยุโรปเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นจะไปในลักษณะการโรดโชว์ในงานแสดงสินค้า (อีเวนต์) ต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยสร้างแบรนด์ของบริษัทให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น และยังเป็นการช่วยสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้กว้างขึ้นเพิ่มเติม รวมทั้งมองว่าการเป็นประเด็นที่ช่วยสนับสนุนยอดขายโดยรวมของบริษัทปรับให้ดีขึ้นใอนาคตอีกทางหนึ่ง คาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ในช่วงไตรมาส 4/2569

@ออเดอร์เพิ่ม

ขณะที่แนวโน้มผลงานครึ่งหลังปี 2569 บริษัทคาดน่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งแรกปีนี้ เพราะความต้องการและคำสั่งซื้อ (ออแดอร์) ขยายตัวมากขึ้น หลังบริษัทมีการทำตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างประเทศที่ยังเป็นโอกาสให้กับบริษัทในอนาคต ประกอบกับบริษัทยังได้ผลบวกจากการการได้รับค่าสินไหมทดแทนบางส่วนจากบริษัทประกันภัย (FOA partial) จำนวน 150 ล้านบาทในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา (เดิมเกิดอนุบัติเหตุเพลิงไหม้ ทำให้ทรัพย์สินของบริษัทเสียหาย คิดเป็นมูลค่าราว 299 ล้านบาท) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนช่วยสนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้ไปตามที่ประเมินไว้

สำหรับทิศทางผลประกอบการปี 2569 ทาง TOG ยังคงเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 8% จากปีก่อนอยู่ที่  3.59 พันล้านบาท หลังช่วงครึ่งแรกปีนี้บริษัทมีรายได้แล้วประมาณ 1.9 พันล้านบาท ประกอบกับประเมินว่าภาพรวมธุรกิจในช่วงที่เหลือปีนี้ยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งจากการจัดการค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ที่สามารถควบคุมได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้การบริหารต้นทุนโดยรวมยังมีประสิทธิภาพ ตลอดจนยังมีแรงสนับสนุนทิศทางของอัตราแลกแปลี่ยนที่ดีขึ้นเข้ามาช่วยสนับสนุนบริษัทอีกทางหนึ่ง

@บาทอ่อนค่าหนุน

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทที่อยู่ในโซนอ่อนค่าจนล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ 33.16 บาทต่อดอลลาร์ (ราคาเปิดวานนี้) นั้น TOG ประเมินกลายเป็นอีกประเด็นบวกต่อธุรกิจ เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากการผลิตและส่งออกสินค้าไปยังจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามากขึ้นนั้นจะช่วยสนับสนุนให้รายได้จากต่างประเทศของบริษัทเติบโตดีขึ้นตามด้วย (เดิมบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วนราว 95-96%, ที่เหลือเป็นการขายสินค้าให้กับลูกค้าในประเทศไทย)

 ด้านภาพรวมค่าขนส่งสินค้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้น บริษัทมองยังไม่ได้มีผลกระทบต่อธุรกิจ เพราะปัจจุบันในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้นส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปในลักษณะเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศ (Incoterms) ที่ผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจนกว่าสินค้าจะถูกยกขึ้นวางบนเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง (FOB) ทำให้การบริหารจัดการต้นทุนดังกล่าวยังสามารถทำได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

 ส่วนการที่ทางสหรัฐอเมริกาประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตรา 12.5% ตามมาตรการ มาตรา 301 (Section 301) แห่งกฎหมายการค้า ค.ศ. 1974 ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาเพื่อทดแทนมาตรการเดิมที่หมดอายุลง แม้การจัดเก็บภาษีใหม่ดังกล่าวแต่ก็จะเป็นการเก็บในอัตราเดียวกันทุกประเทศ ซึ่งรวมถึงคู่แข่งของบริษัทเองก็ได้เช่นกัน ดังนั้น มองว่าอัตราภาษีใหม่ที่เกิดขึ้นนั้นยังสามารถอยู่ในเกณฑ์ที่ทาง TOG สามารถยังแข่งขันกับผู้ประกอบการในประกอบการในประเทศอื่นๆ ได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง