รีเซต

SINO โกยค่าระวางสูง Q3  อิเล็กทรอนิกส์ใช้บริการ

SINO โกยค่าระวางสูง Q3  อิเล็กทรอนิกส์ใช้บริการ
ทันหุ้น
1 กันยายน 2569 ( 02:20 )

นายนันท์มนัส  วิทยศักดิ์พันธ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 มีโอกาสเติบโตขึ้นอย่างเด่นชัดเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2569 และตลอดช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีปัจจัยเร่งสำคัญจากการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราค่าระวางเรือ

@ ค่าระวางเรือสูง

อัตราค่าระวางเรือเริ่มปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2569 โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งสินค้า ร่วมกับข้อจำกัดทางธรรมชาติ เช่น ปัญหาระดับน้ำในคลองปานามาต่ำเกินภาวะปกติ ผนวกกับความหนาแน่นของปริมาณตู้สินค้าในท่าเรือต่างๆ

ดัชนีค่าระวางขนส่งสินค้าทางเรือแบบตู้คอนเทนเนอร์  อ้างอิงข้อมูลจาก Shanghai Shipping Exchange เฉลี่ยเส้นทางเอเชีย – ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ช่วง มกราคม - เมษายน 2569 ดัชนีปรับจาก 1,316 จุด ขึ้นมาที่ 1,911.4 จุด และมิถุนายน 2569 พุ่งสูงถึง 3,239.6 จุด และปัจจุบันยังสูงขึ้นอีกแตะมากกว่า 4 พันจุด

ในขณะที่่่ทีมบริษัทสามารถคาดการณ์แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอัตราค่าระวางเรือได้แม่นยำ และมีเครือข่ายสัมพันธ์อันดีกับผู้ให้บริการเรือต่างๆ เป็นจำนวนมากจึงเอื้อให้การบริหารจัดการต่างๆ ยังคงราบรื่นผ่านการบริหารเครือข่ายพันธมิตรและเส้นทางขนส่งสินค้าอย่างใกล้ชิด จึงมีศักยภาพหาพื้นที่เรือ (Space) รองรับความต้องการได้มากพอ

สะท้อนจากไตรมาส 2/2569 บริษัทมีปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลสูงถึง 15,034 TEUs (จำนวนตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งสินค้าทางเรือและท่าเรือเทียบเท่ากับ ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต) ซึ่งเติบโต 17 % จากไตรมาสก่อนหน้า และสร้างสถิติสูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส ทั้้งนี้้ปี 2569 บริษัทมีเป้าหมายยอดขนส่งสินค้าทางทะเลรวมที่ตั้งไว้  54,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ในครึ่งปีแรกที่ทำได้แล้ว 27,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ประเมินว่า สิ้นปีจะสูงกว่าเป้าที่วางไว้ทั้งปี

@รับไฮซีซัน

อีกทั้งช่วงเวลาปัจจุบันนี้ ไตรมาส 3 คือการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของความต้องการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา และจะยิ่่่งมีการขยายตัวสูงสุดตามฤดูกาลส่งท้ายปี ส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อรายได้ของบริษัท โดยมีธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเล (Sea Freight) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 87% ขับเคลื่อนผลประกอบการให้นาจะแข็งแกร่งชัดเจนตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป ขณะที่่เป้าหมายรายได้รวมของปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท และครึ่งปีแรกสร้างรายได้ไปแล้วกว่า 1,405 ล้านบาท

@ ขนส่งครบวงจร

สำหรับธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) ช่วยทั้งสร้างรายได้และยกระดับอัตราการทำกำไรของบริษัทให้ดีขึ้น ซึ่งทำงานควบคู่ไปกับกลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ (Logistics Support) ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่คลังสินค้าจำนวน 9 หลังในย่านแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พื้นที่รวมกว่า 43,000 ตารางเมตร ตลอดจนบริษัทแผนการเพิ่มรถหัวลากอีก 10 คัน รวมเป็น 30 คัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งภายในประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Air Freight และ Logistics Support รวมกันเป็น 15% ภายในสิ้นปี 2570 จากระดับ 12% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569

นอกจากนี้้ การรุกตลาด Air Freight และการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพสูง ยังช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ในอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์ในตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่่ยวข้องกับ AI ให้เข้ามาใช้บริการของ SINO เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังจากการเปิดบริการดังกล่าว การขยายตัวของกลุ่มลูกค้าอิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นหนึ่งในหน่วยเสริมและส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรเชื่อมประสานการบริการทั้ง Sea Freight, Air Freight, Road Freight และ Warehouse

ด้านสถานการณ์และแนวโน้มตลาดประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทนั้น แม้ก่อนหน้านี้เคยมีความกังวลเรื่องการปรับอัตราภาษีนำเข้า (Tariff) ทว่าหลังจากที่มีการประกาศอัตราภาษีจริงที่ 12% นับเป็นระดับที่เหมาะสมและยอมรับได้ สถานการณ์จึงปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติและหนาแน่นขึ้นอย่างรวดเร็ว  อีกทั้งประเมินว่าหากในอนาคตมีมาตรการปรับภาษีเพิ่มเติม จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ตราบใดที่อัตราภาษีของประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกัน เช่น ประเทศจีนหรือเวียดนาม อยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกันเนื่องจากมีการย้ายฐานการผลิตมามากแล้ว 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง