คปภ.ฐานะประกันภัยปึ้ก เร่งช่วย-เคลมต่ำกว่าปี54

#น้ำท่วม #ทันหุ้น - หุ้นกลุ่มประกันภัยดิ่ง รับแรงกดันยอดเคลมที่อยู่อาศัย-รถยนต์เพิ่ม หลังน้ำท่วม “คปภ.” แจงภาคธุรกิจประกันภัยพร้อมรับมือค่าสินไหม ยันมูลค่าความเสียหายไม่เท่าปี 2554 ที่ 4.8 แสนล้านบาท “นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย” แจงเร่งให้ความช่วยเหลือ ด้าน “วิริยะประกันภัย” เผยยอดแจ้งเคลมแล้ว 4,000 ราย มูลค่ายังประเมินไม่ได้
วานนี้ (28 ก.ย.69) หุ้นกลุ่มธุรกิจประกันภัยปรับตัวลงยกแผง นำโดย ลดลง 7.02% หรือ 0.80 บาท มาปิดที่ 10.60 บาท รองมา บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ลดลง 4.92% หรือ 0.03 บาท ปิดที่ 0.58 บาท ถัดมา บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH ลดลง 3.20% หรือ 0.80 บาท ปิดที่ 24.20 บาท บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH จากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมจากการเคลมประกันภัยเพิ่มขึ้น
@เงินกองทนแกร่ง
นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับ (ธุรกิจประกันภัย) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันความเสียหายไม่เทียบเท่าปี 2554 ที่บริษัทประกันภัยจ่ายสินไหมไปกว่า 4.8 แสนล้านบาท ซึ่งความเสียหายส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับรายบุคคล
นายอาภากร กล่าวว่า โดยปกติบริษัทประกันภัยจะทดสอบความเพียงพอของเงินกองทุนภายใต้วิกฤติ หรือ Stress Testing ทุกๆ ไตรมาส ล่าสุดได้เพิ่งทำไป ซึ่งผลก็ผ่านเกณฑ์ในการรับมือกับความเสี่ยง และค่าสินไหมที่จะเกิดขึ้น ขณะที่อัตราค่าสินไหมทดแทน หรือ Loss ration จะอยู่ที่ระดับเท่าไรนั้น อยู่ระหว่างการประเมิน เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น จึงเน้นไปที่การเข้าช่วยเหลือลูกค้าและผู้ประสบภัยก่อน
นายอาภากร กล่าวอีกว่า ในส่วนของอัตราค่าสินไหมทดแทน หรือ Loss ration ที่สามารถทำให้บริษัทสามารถทำกำไรได้นั้นอยู่ที่ระดับ 60-65% แต่ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติ อันนำไปสู่ความเสียหาย หรือ Loss ration ที่เพิ่มขึ้นนั้น ก็อาจทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยถูกปรับขึ้น แต่ในแง่ของสถานการณ์น้ำท่วมในวันนี้ จะยังไม่มีผลต่อการปรับเบี้ยประกันภัยในทันที เพราะการปรับขึ้นเบี้ยนั้นมีการพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของ เงินเฟ้อ ค่าซ่อม และราคาของอะไหล่ที่ต้องพิจารณาด้วย
@พร้อมช่วยเหลือ
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามสถานการณ์วานนี้ (28 ก.ย.69) จะเห็นว่าทางกรุงเทพฯ สามารถบริหารจัดการน้ำได้ดี หลายพื้นที่ระดับน้ำแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ตามยังคงต้องติดตามมวลน้ำจากภาคเหนือที่จะไหลลงมาว่าทางหน่วยงานภาครัฐ จะบริหารจัดการอย่างไร เช่นมีการเบี่ยงออกไปยังพื้นที่รอบข้างกรุงเทพฯ ผ่านไปยังแก้มลิงต่างๆ เพื่อระบายออกสู่ทะเล ซึ่งก็จะทำให้กรุงเทพฯ ไม่ได้รับผลกระทบซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันภาคธุรกิจประกันภัยก็ได้หารือร่วมกับ คปภ. ถึงแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ โดยเตรียมจะตั้งศูนย์ช่วยเหลือขึ้นมาเป็นการเฉพาะกิจเพื่อเข้าไปดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
แหล่งข่าวจาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยที่มีพอร์ตการรับประกันภัยรถยนต์ สูงเป็น อันดับ 1 ของธุรกิจประกันภัย เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ในเรื่องของมูลค่าความเสียหาย ยังไม่เข้าไปประเมิน เนื่องจากเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และลูกค้าก่อน โดยได้เตรียมพร้อม ทีมในการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ในทุกๆ พื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ โดยลูกค้าของบริษัทสามารถโทนเข้ามาสอบถาม หรือขอความช่วยเหลือได้ที่เบอร์ 1557
@แจ้งเคลมแล้ว 4 พันราย
“ความเสียหายก็จะมีหลายระดับ และมีผลต่อตัวเลขค่าสินไหม ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้ แต่คาดว่าความเสียหายของรถแต่ละคัน ไม่แรงแรงเท่ากับน้ำท่วมหาดใหญ่ที่รถส่วนใหญ่นั้นจมมิดฝากระโปรงรถยนต์ แต่ในส่วนของน้ำท่วมกรุงเทพฯ ความเสียหายแตกต่างออกไป เพราะระดับน้ำแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน เบื้องต้นมีรายงานความเสียหายมาที่ 4,000 ราย แต่ยังไม่ได้ทำการสรุปตัวเลข เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม ยังไม่จบ”
ทั้งนี้ คปภ. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ สำหรับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย จำนวน 10,000 บาท โดยผู้เอาประกันภัย นำส่งเอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วม หรือรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายทั้งนี้ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามจำนวนเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย
@มาตรการช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน ยังได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือด้านการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน สำหรับบ้านอยู่อาศัยและร้านค้า ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยกรณี กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมเต็มวงเงินเอาประกันภัยจำนวน 20,000 บาท และกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นเพิ่ม จำนวน 10,000 บาท หากมีความเสียหายเกินกว่า 10,000 บาท ตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง (แต่ไม่เกินวงเงินคุ้มครองสูงสุดที่คุณซื้อไว้)
สำหรับ ร้านค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risks : IAR) และได้ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น จำนวน 30,000 บาท โดยหากมีความเสียหายเกินกว่า 30,000 บาท ให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยสามารถใช้เอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วม หรือรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เพื่อประกอบการพิจารณา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
