สบน.ปรับแผนพันธบัตรปี 70 รับยีลด์สหรัฐ 5% ลดอายุหนี้-เพิ่มตราสารสั้น

#ทันหุ้น สบน.รับมือบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งแตะ 5% ปรับยุทธศาสตร์ออกพันธบัตรปี 70 ชู "หั่นอายุหนี้-เพิ่มเครื่องมือสั้น" เผยแผนก่อหนี้ใหม่ปี 70 อยู่ที่ 1.26 ล้านล้านบาท หนี้ต่อจีดีพีแตะ 69%
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการหนี้สาธารณะท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (Bond Yield) อายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 5% ว่า ความผันผวนของตลาดเงินโลกดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการระดมทุนในตลาดการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้สบน.ต้องปรับกลยุทธ์การออกพันธบัตรรัฐบาล โดยเน้นการใช้เครื่องมือระยะสั้นและการเลือกช่วงอายุหนี้ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นภาระต้นทุนแก่ภาครัฐ
เน้นกู้สั้น-กระจายเครื่องมือระดมเงิน
เธอกล่าวว่า เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว สบน. จึงได้วางยุทธศาสตร์การออกพันธบัตรและการบริหารหนี้ใหม่ ซึ่งสบน.อยู่ระหว่างการสอบทานและประเมินสภาวะตลาดเพื่อดูความต้องการของนักลงทุนว่าสนใจพันธบัตรอายุเท่าใด และพิจารณาเลือกระดมทุนและปรับโครงสร้างหนี้ในเชิงระยะสั้นไปก่อนเพื่อรอประเมินสภาวะตลาด แล้วจึงพิจารณาปรับเปลี่ยนเป็นระยะยาวในภายหลัง คาดว่า อายุของพันธบัตรที่จะออกใหม่มีแนวโน้มสั้นลง
อย่างไรก็ดี สบน.มีเครื่องมือในการระดมเงินที่หลากหลาย โดยเครื่องมือระยะสั้นรองรับ เช่น ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bills: TBU) ที่พร้อมนำมาใช้ รวมถึง เงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan) และ ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note: PN) โดย PN ระยะยาวจะมีอายุประมาณ 3–5 ปี ทั้งนี้ การกู้เงินใหม่เพื่อชดเชยการขาดดุล หรือเงินกู้ให้รัฐวิสาหกิจตามโครงการ รวมถึงเงินกู้ตาม พ.ร.ก. ต่าง ๆ จะเน้นการกู้ระยะสั้นเป็น Term Loan หรือ PN ไปก่อนเพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาการดำเนินโครงการ
เธอย้ำว่า แม้บอนด์ยีลด์โลกจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ สบน. ยืนยันว่าพอร์ตหนี้สาธารณะเดิมของรัฐบาลได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจาก สัดส่วนหนี้ระยะยาวสูง โดยพอร์ตหนี้เดิมของรัฐบาลมีโครงสร้างเป็นเงินกู้ระยะยาวสูงถึงประมาณ 89% ทำให้ความเสี่ยงด้านการต่ออายุหนี้และดอกเบี้ยผันผวนในปัจจุบันจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มการกู้เงินใหม่ (New Lot) เท่านั้น
ทั้งนี้ ต้นทุนการกู้เงินเฉลี่ยยังต่ำ โดยปัจจุบันต้นทุนการกู้เงินเฉลี่ยของรัฐบาลอยู่ที่ประมาณ 2.6% ซึ่งไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากนักจากปีก่อนหน้า และคาดว่าในปีหน้าต้นทุนอาจไม่ได้ขยับขึ้นมาก เนื่องจากปริมาณการกู้ใหม่ไม่ได้มีจำนวนสูงมากจนเกินไป
วงเงินกู้ใหม่ 1.26 ล้านล้าน คุมหนี้ต่อ GDP ไม่เกิน 70%
สำหรับแผนการบริหารหนี้สาธารณะปี 2570 นั้น เธอกล่าวว่า สบน. ได้เสนอแผนการบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2570 ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งประกอบด้วย 3 กรอบแผนงานสำคัญ ได้แก่ 1.แผนการก่อหนี้ใหม่วงเงินประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท 2.แผนการบริหารหนี้เดิมวงเงินประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท และ 3.แผนการชำระหนี้วงเงินประมาณ 5.8 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ สบน.คาดการณ์สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ว่า สิ้นปีงบประมาณปัจจุบัน คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ประมาณ 68% สิ้นปีงบประมาณ 2570 คาดว่าจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 69% นิด ๆ โดยจุดสูงสุดในปีงบประมาณ 2571 คาดว่าจะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ระดับ 69% กว่าๆ แต่ยังคงอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่ไม่เกิน 70% และตามแผนกรอบระยะปานกลาง (MTFF) สัดส่วนหนี้จะค่อย ๆ ทยอยลดลงตามลำดับ
นักลงทุนยังสนใจ Social Bond
ผอ.สบน.ยังกล่าวถึงตลาดพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Social & Sustainability Bonds)ว่า ยังได้รับการตอบรับดีจากนักลงทุน โดยนอกเหนือจากการออกพันธบัตรรัฐบาลทั่วไปแล้ว ตลาดพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางระดมทุนที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนสถาบัน ทั้งนี้ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ. หรือ NEDA)เป็นองค์กรมหาชนหน่วยงานแรกที่ออก Social Bond โดยประสบความสำเร็จในการออกในวงเงิน 1 พันล้านบาท
ทั้งนี้ บอนด์ดังกล่าวมีอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.13% โดยมีธนาคารออมสินเป็นผู้จัดจำหน่าย และได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ในการพัฒนา Framework ซึ่งได้รับความสนใจจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว เพื่อนำเงินไปปรับโครงสร้างหนี้โครงการก่อสร้างถนนและสะพานใน สปป. ลาว ปัจจุบันรัฐบาลมียอดออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนสะสมแล้วประมาณ 7 แสนบล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งได้นำไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg Stock Exchange) และได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนสถาบันอย่างต่อเนื่อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
