รีเซต

ญี่ปุ่นปลดล็อกส่งออกอาวุธ ทำไมเรื่องนี้น่าเป็นห่วง?

ญี่ปุ่นปลดล็อกส่งออกอาวุธ ทำไมเรื่องนี้น่าเป็นห่วง?
TNN ช่อง16
21 เมษายน 2569 ( 19:10 )
8

ในวันนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยกเครื่องปรับเปลี่ยนกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับการส่งออกอาวุธของญี่ปุ่น ด้วยการยกเลิกข้อจำกัดเรื่องการส่งออกอาวุธ เพื่อเปิดทางให้ญี่ปุ่นสามารถส่งออกวาวุธขนาดใหญ่ เช่น เรือรบ ขีปนาวุธ และอาวุธประเภทอื่น ๆ ได้ ท่ามกลางตลาดการค้าอาวุธที่กำลังเติบโต จากปัญหาด้านความมั่นคงและสงครามที่เกิดขึ้น ที่ทำให้หลายประเทศทั่วโลกมีความต้องการสั่งซื้ออาวุธมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงกฎหมายเรื่องข้อจำกัดด้านการส่งออกอาวุธของญี่ปุ่นครั้งนี้ ได้รับการอนุมัติจาก ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น จากเดิมที่ญี่ปุ่น สามารถส่งออกได้แค่อุปกรณ์ด้านการทหารที่เกี่ยวกับการป้องกันเท่านั้น เช่น ยานพาหนะ, เครื่องมือสอดแนม, อุปกรณ์กู้ภัย และเครื่องมือเก็บกู้ระเบิด แต่จากนี้ไป ญี่ปุ่นสามารถ ส่งออกอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีได้ด้วย ทำให้มีการประเมินว่าจากนี้ไป ญี่ปุ่นจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศชั้นแนวหน้าในเรื่องการส่งออกอาวุธ ซึ่งตอนนี้ก็มีหลายประเทศที่แสดงความสนใจสั่งซื้ออาวุธจากญี่ปุ่นเข้ามาแล้ว

ชาวญี่ปุ่นบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงกฎครั้งนี้ เพราะมองว่าเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญเรื่องการยึดแนวทางสันติที่ญี่ปุ่นยึดถือมาตลอด 80 ปี นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผลสำรวจของหนังสือพิมพ์โยมิอุริ แสดงให้เห็นว่ามีคนญี่ปุ่น 49% ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเรื่องการส่งออกอาวุธของญี่ปุ่นครั้งนี้ และมีคนญี่ปุ่น 40% ที่เห็นด้วย ส่วนอีก 11% ไม่แสดงความคิดเห็น คนที่ไม่เห็นด้วยมองว่าการที่ญี่ปุ่นหันมาส่งออกอาวุธมากขึ้น เป็นการตีตัวออกห่างจากรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นในเรื่องของการไม่ยุ่งเกี่ยวกับสงคราม

แต่รัฐบาลญี่ปุ่นยังยืนยันว่าญี่ปุ่นยังยึดมั่นในหลักการแห่งสันติภาพ โดยให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนแปลงกฎครั้งนี้ ไม่ได้แปลว่าญี่ปุ่นจะส่งออกอาวุธให้ประเทศไหนก็ได้ แต่จะสามารถส่งออกให้กับแค่ประเทศที่มีข้อตกลงและความร่วมมือด้านความมั่นคงกับญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งมีอยู่ 17 ประเทศ ที่สำคัญคือญี่ปุ่นจะไม่สามารถส่งออกอาวุธไปยังประเทศที่ 3 หรือประเทศที่กำลังมีการสู้รบกันเกิดขึ้นอยู่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าอาวุธที่ญี่ปุ่นส่งออกจะไม่ถูกนำไปใช้ในสงครามโดยตรง แต่เรื่องนี้ก็มีข้อยกเว้นอยู่ หากมีสงครามหรือความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของญี่ปุ่นโดยตรง ก็จะถือว่าเป็นกรณีพิเศษที่ญี่ปุ่นสามารถส่งออกอาวุธให้ประเทศที่กำลังสู้รบกันได้ 

ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการผลิตอาวุธของญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานประเทศเป็นหลัก แต่จากนี้ไป ญี่ปุ่นจะสามารถสร้างรายได้จำนวนมหาศาลจากการส่งออกอาวุธขนาดใหญ่ให้กับชาติอื่น โดยเฉพาะชาติในแถบอินโด-แปซิฟิก เช่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ที่แสดงความสนใจซื้อเรือรบจากญี่ปุ่น ญี่ปุ่นหวังว่า การยกเครื่องการส่งออกอาวุธครั้งใหญ่ครั้งนี้ จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ฐานอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ เพิ่มปริมาณการผลิตอาวุธ ลดต้นทุนต่อหน่วย และเพิ่มความสามารถการผลิตอาวุธของญี่ปุ่นในยามเกิดวิกฤติทางการทหาร 

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่สร้างความกังวลมากที่สุดในเรื่องการส่งออกอาวุธของญี่ปุ่นก็คือจะทำให้เกิดความตึงเครียด และมีความเสี่ยงที่จะทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเกิดการเผชิญหน้ากันทางทหารมากขึ้น โดยหลายประเทศมีความกังวลว่าการส่งออกอาวุธของญี่ปุ่นจะทำให้หลายชาติในเอเชียหันมาแข่งขันกันสะสมอาวุธมากขึ้น รวมทั้ง เกิดความขัดแย้งกับประเทศจีนที่มองว่าญี่ปุ่นกำลังพยายามขยายอิทธิพลทางการทหาร และญี่ปุ่นก็เป็นตัวแทนของอำนาจสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกด้วย

โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้เดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกองทัพ ด้วยความพยายามอย่างสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งซื้อขีปนาวุธ เครื่องบินไอพ่น และโดรน "ล่องหน" อ้างว่าเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อสกัดภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นต่อดินแดนญี่ปุ่นจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน รวมไปถึงสกัดภัยคุกคามรอบ ๆ เกาะต่าง ๆ ในทะเลจีนตะวันออกใกล้กับไต้หวัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่จีนคัดค้านญี่ปุ่นมาตลอดเรื่องการขยายอิทธิพลทางการทหารของญี่ปุ่น

นอกจากเรื่องความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการแข่งขันเรื่องการสะสมอาวุธแล้ว ยังมีเรื่องที่อ่อนไหวในแง่มุมของประวัติศาสตร์ด้วย สำหรับญี่ปุ่นที่เคยเป็นประเทศที่รุกรานชาติอื่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การที่ญี่ปุ่นเริ่มค่อย ๆ กลับคืนสู่การขยายอำนาจทางทหาร และกำลังจะกลับมาเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายสำคัญ เป็นเรื่องที่ทำร้ายความรู้สึกประเทศที่เคยตกเป็นเหยื่อการรุกรานของญี่ปุ่น ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ ที่หวังจะได้เห็นญี่ปุ่นตัดขาดจากลัทธิทหาร และหันหน้าเข้าสู่เส้นทางสันติภาพอย่างเต็มตัว แต่ตอนนี้ กลายเป็นว่าญี่ปุ่นเริ่มถอยห่างออกจากเส้นทางสันติภาพ และกลับสู่เส้นทางทหารอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้การสานสัมพันธ์ การปรองดอง ระหว่างญี่ปุ่น กับจีนและเกาหลีใต้ เป็นไปได้ยากมากขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง