‘บิล เกตส์’เตือนอีก 6 เดือน ข้างหน้าโควิด-19 จะวิกฤตขั้นสุด

‘บิล เกตส์’เตือนอีก 6 เดือน ข้างหน้าโควิด-19 จะวิกฤตขั้นสุด
TNN ช่อง16
15 ธันวาคม 2563 ( 19:05 )
44.9K
‘บิล เกตส์’เตือนอีก 6 เดือน ข้างหน้าโควิด-19 จะวิกฤตขั้นสุด

วันนี้ ( 15 ธ.ค. 63 )บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เตือนว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเลวร้ายที่สุดในช่วง 4 ถึง 6 เดือนข้างหน้า  โดย อ้างอิงจากข้อมูลของ สถาบัน Institute for Health Metrics Evaluation หรือ IHME ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยทางการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยวอรชิงตัน ( University of Washington ) 

 


นักวิจัยจาก สถาบัน IHME นำข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับวิกฤตโควิด 19 ตั้งแต่วิธีการแพร่าระบาดของเชื้อไวรัส , สภาพอากาศ , ความสามารถในการรักษาผู้ป่วย และ วิถีชีวิตของประชาชน มาวิเคราะห์ ด้วยสูตรคำณวนเชิงสถิติ ทางทคณิตศาสตร์ ประมาณ 35 สูตร และ พบว่า ในช่วงต้นปีหน้า จะมีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากไวรัสโควิด 19 อีกประมาณ 200,000 คน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก เพราะ ณ ปัจจุบัน ตัวเลขผู้เสียชีวิตในสหรัฐ ก็ผ่าน 300,000 คน ไปแล้ว 

 

 

ส่วน ทวีปเอเชียกลาง และ ยุโรป ก็เผชิญความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน โดยปัจจัยสำคัญ ที่ก่อให้เกิดอันตราย ก็คือ ในช่วงขึ้นปีใหม่ อากาศจะเข้าสู่ฤดูหนาว ที่ทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้ง่าย ประกอบกับ ช่วงคริสต์มาส และปีใหม่ เป็นเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ที่ประชาชนส่วนใหญ่จะขาดความระมัดระวัง จนติดโรคได้ง่าย 

 


ข้อมูลจาก สถาบัน IHME บ่งชี้ว่า กรณีที่เลวร้ายที่สุด ก็คือ ประชาชนทั่วโลก ละเลย การสวมใส่หน้ากากอนามัย และ รัฐบาลหลายประเทศผ่อนปรนมาตรการควบคุมโรค จนการรักสษาระยะห่างทางสังคม หละหลวม ก็จะทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลก รวมกันหลายล้านคน ในช่วงไตรมาสทแรกของปีหน้า 

 


ในทางกลับกัน หาก ประชาชนเข้มงวดในการรักษาระยะห่างทางสังคม ควบคู่ไปกับการสวมหน้ากากอนามัย ก็จะทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตลดลงไปได้ถึง 770,000 คน 

 


เห็นได้ว่า นักวิจัยทั่วโลก ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย และ การรักษาระยะห่างทางสังคม เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินได้ว่า วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 จะมีประสิทธิภาพเพียงใด อีกทั้งสามารถ

 


บิล เกตส์ ยัง ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐ ควรเปิดโอกาสให้ ประชาชนเข้าถึงงานวิจัยทางการแพทย์ แม้ว่า ผลการวิจัย อาจสร้างความตื่นตระหนก แต่ก็จะทำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง

 

 

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline

 
 
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 
 

  

          

ข่าวที่เกี่ยวข้อง