รีเซต

"ทรัมป์" สั่งแบน Anthropic ขึ้นบัญชีดำภัยความมั่นคง

"ทรัมป์" สั่งแบน Anthropic ขึ้นบัญชีดำภัยความมั่นคง
TNN ช่อง16
2 มีนาคม 2569 ( 12:03 )

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศให้หน่วยงานรัฐบาลกลางยุติการใช้งานเทคโนโลยีของบริษัท Anthropic พร้อมกำหนดกรอบเวลา 6 เดือนให้กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานอื่นทยอยเลิกใช้ระบบ AI ของบริษัท โดยหาก Anthropic ไม่ให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่าน ทรัมป์ระบุว่าจะใช้อำนาจทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงบทลงโทษทางแพ่งและอาญา

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าจะจัดให้ Anthropic เป็นความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน ซึ่งเป็นมาตรการรุนแรงที่อาจห้ามผู้รับเหมาหลายหมื่นรายใช้เทคโนโลยีของบริษัท ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจของ Anthropic ทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยนักกฎหมายด้านสัญญาภาครัฐชี้ว่า การขึ้นบัญชีดังกล่าวเปรียบเสมือนมาตรการนิวเคลียร์ทางสัญญา

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับบริษัทเทคโนโลยีเกี่ยวกับ ขอบเขตการใช้ AI ในการทหาร โดย Anthropic ยืนยันแนวทางจำกัดการใช้ AI ในอาวุธอัตโนมัติและการเฝ้าระวังมวลชน ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำว่าการกำหนดการใช้งาน AI เพื่อปกป้องประเทศจะอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐ ไม่ใช่นโยบายของบริษัทเอกชน

Anthropic ระบุว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลหากถูกจัดเป็นความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน โดยมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวขาดฐานทางกฎหมายและสร้างแบบอย่างที่อันตรายต่อบริษัทอเมริกันที่ทำสัญญากับรัฐบาล

ในเวลาเดียวกัน คู่แข่งอย่าง OpenAI ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์และพันธมิตรอื่น ประกาศข้อตกลงใหม่กับกระทรวงกลาโหมเพื่อนำเทคโนโลยีไปใช้ในเครือข่ายลับทางทหาร โดยระบุว่าจะคงหลักการควบคุมโดยมนุษย์และไม่ใช้เพื่อการเฝ้าระวังประชาชนจำนวนมาก พร้อมสร้างมาตรการทางเทคนิคเพื่อควบคุมพฤติกรรมของโมเดล

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่าการตัดสินใจของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อาจเป็นหนึ่งในมาตรการกำกับดูแล AI ภายในประเทศที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมา และสะท้อนท่าทีของสหรัฐฯ ที่ต้องการรักษาความยืดหยุ่นในการใช้ AI ทางทหาร โดยไม่ถูกจำกัดจากเงื่อนไขของผู้พัฒนาเทคโนโลยี

เหตุการณ์นี้ยังตอกย้ำความตึงเครียดที่ดำเนินมายาวนานระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีกับภาคกลาโหมสหรัฐฯ ตั้งแต่กรณีพนักงานบริษัทเทคโนโลยีออกมาคัดค้านการใช้ AI ในการวิเคราะห์ภาพโดรน ไปจนถึงการแข่งขันของบริษัทเทคโนโลยีเพื่อคว้าสัญญากลาโหมมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ท่ามกลางการเร่งลงทุน AI เพื่อความมั่นคงของรัฐ การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสมดุลอำนาจในอุตสาหกรรม AI ระหว่างความปลอดภัยเชิงจริยธรรมกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติที่กำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นบนเวทีโลก 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง