โฮโลแกรม AI เปลี่ยนโฉมการนำทางในสนามบินจากป้ายบอกทางสู่ผู้ช่วยดิจิทัลสุดล้ำ

สนามบินทั่วโลกอาจกำลังเปลี่ยนรูปแบบการนำทางจากป้ายสัญลักษณ์แบบเดิมๆ ไปสู่ ผู้ช่วยดิจิทัลที่สามารถโต้ตอบได้และระบบ AI ที่ผสานอยู่รอบตัว (Ambient AI) ล่าสุด อาคารผู้โดยสาร B ณ สนามบินลากวาร์เดีย (LaGuardia Airport) ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้เปิดตัว "Bridget" โฮโลแกรม AI ผู้ช่วยขนาดเท่าคนจริงที่ดูสมจริงเสมือนมนุษย์
โฮโลแกรม AI "Bridget" สามารถสนทนาโต้ตอบกับผู้โดยสารแบบเรียลไทม์ เพื่อตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับประตูขึ้นเครื่อง จุดรับสัมภาระ และเลานจ์ VIP โดยหากผู้โดยสารสอบถามเส้นทาง Bridget ยังสามารถแสดงแผนที่อาคารผู้โดยสารแบบสด ๆ พร้อมอธิบายเส้นทางให้ฟังแบบทีละขั้นตอน เทคโนโลยีนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัท Proto ผู้เชี่ยวชาญด้านโฮโลแกรม และแพลตฟอร์ม AI Concierge Wayfinder ของบริษัท Holomedia
ปัจจุบัน โฮโลแกรม AI "Bridget" รองรับภาษาอังกฤษและสเปน โดยตัวตู้คีออสก์ถูกออกแบบมาให้ รองรับการใช้งานของผู้ที่นั่งวีลแชร์ได้อย่างสมบูรณ์ และมีคำบรรยายปรากฏบนหน้าจอเพื่อความสะดวก
ด้านซูเซ็ตต์ โนเบิล (Suzette Noble) ซีอีโอของ LaGuardia Gateway Partners (LGP) ผู้บริหารจัดการอาคารผู้โดยสาร ชี้แจงว่า Bridget ไม่ได้ถูกนำมาเพื่อแทนที่พนักงานที่เป็นมนุษย์ แต่เป็น ส่วนเสริมการทำงานในรูปแบบดิจิทัลเพื่อช่วยดูแลผู้โดยสารในช่วงที่มีความต้องการสูง โดยมุ่งหวังที่จะมอบการเดินทางที่ไร้รอยต่อและลดความเครียดให้กับนักเดินทาง
อย่างไรก็ตาม ลากวาร์เดียไม่ใช่สนามบินแรกที่ใช้งานระบบดังกล่าว สนามบินนานาชาติไมอามีได้เปิดตัวผู้ช่วยโฮโลแกรม AI จำนวน 4 เครื่องล่วงหน้าไปก่อนแล้วประมาณ 3 สัปดาห์
ระบบของไมอามีซึ่งพัฒนาโดยทีมงานจาก Hypervsn, Satisfi Labs และ Mappedin มีความล้ำหน้าตรงที่ สามารถสื่อสารได้ถึง 40 ภาษา อีกทั้งเครื่องมือสนทนาเดียวกันนี้ยังถูกเชื่อมโยงเข้ากับแชทบอทบนเว็บไซต์และ WhatsApp ของสนามบิน ทำให้ผู้โดยสารสามารถเริ่มสอบถามข้อมูลจากที่บ้าน และมาใช้งานต่อที่หน้าโฮโลแกรมในสนามบินได้อย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่สหรัฐอเมริกากำลังมุ่งเน้นไปที่การใช้อวาตาร์หรือโฮโลแกรมรูปร่างมนุษย์ สนามบินในประเทศจีนกลับเลือกทิศทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการใช้ระบบอัจฉริยะแวดล้อม (Ambient intelligence) ที่เป็นระบบล่องหนทำงานอยู่เบื้องหลัง
สนามบินใหญ่ๆ ในจีนได้หันไปใช้ระบบอัตโนมัติที่ตรวจจับข้อมูลทางชีวภาพ (Biometric) และสภาพแวดล้อมภาพสามมิติขนาดใหญ่
ตัวอย่างเช่น อาคารผู้โดยสาร 2 ของสนามบินกว่างโจว ที่มีการติดตั้ง หน้าจอขนาดมหึมา 33 x 25 เมตร สำหรับฉายภาพ 3 มิติโดยไม่ต้องใช้แว่นตา ซึ่งเน้นสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ มากกว่าการให้ผู้โดยสารมายืนสนทนาโต้ตอบ
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงสองแนวทางที่แตกต่างกันของอนาคตสนามบิน ได้แก่ การใช้โฮโลแกรมที่เน้นความสัมพันธ์ส่วนบุคคล กับ การใช้ระบบอัจฉริยะที่ไร้รอยต่อแต่มีความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีคนอื่นมองเห็นข้อมูลหรือสิ่งที่ผู้ใช้กำลังพูดคุยกับโฮโลแกรม AI อัจฉริยะ
เกล็น อี. สมิธ (Glenn E. Smith) จากบริษัท Holomedia ได้ให้ความเห็นทิ้งท้ายไว้ว่า "เมื่อความคาดหวังของผู้โดยสารมีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้น สนามบินต่างๆ จึงต้องแสวงหาเทคโนโลยีที่ช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมๆ ไปกับการสร้างการเดินทางที่ราบรื่น เป็นส่วนตัว และน่าจดจำที่สุด"
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
