FDA ไฟเขียวยามะเร็งตับอ่อนตัวใหม่ Rasonque เพิ่มเวลารอดชีวิตเกือบ 2 เท่า

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA อนุมัติ daraxonrasib ภายใต้ชื่อการค้า Rasonque ของบริษัท Revolution Medicines เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งตับอ่อนชนิด pancreatic adenocarcinoma ระยะแพร่กระจาย ซึ่งเคยได้รับการรักษาด้วยยาระบบมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือไม่สามารถรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกันได้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการรักษามะเร็งตับอ่อนที่มีทางเลือกจำกัด
ยาเม็ดวันละครั้ง มุ่งเป้าโปรตีน RAS
Rasonque เป็นยารับประทานวันละครั้ง ออกฤทธิ์ยับยั้งโปรตีนในตระกูล RAS ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณให้เซลล์มะเร็งเติบโตและแบ่งตัว โดย RAS มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับอ่อนส่วนใหญ่
ความโดดเด่นของยานี้คือการมุ่งจัดการกับกลไกการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งโดยตรง แทนการออกฤทธิ์แบบเคมีบำบัดที่ส่งผลต่อเซลล์ที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็วในร่างกาย
FDA ระบุว่า Rasonque เป็นยามุ่งเป้า RAS ตัวแรกสำหรับมะเร็งตับอ่อนระยะแพร่กระจาย และได้รับการพิจารณาอนุมัติอย่างรวดเร็ว โดยอนุมัติก่อนถึงกำหนดเป้าหมายของ FDA ประมาณ 6.5 เดือน
ผลทดลอง เพิ่มเวลารอดชีวิตเกือบ 2 เท่า
การอนุมัติอ้างอิงข้อมูลจากการทดลองระยะที่ 3 RASolute 302 ซึ่งศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนระยะแพร่กระจายจำนวน 500 คน โดยเปรียบเทียบการรักษาด้วย daraxonrasib กับเคมีบำบัดมาตรฐาน
ผลพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับ daraxonrasib มีระยะเวลารอดชีวิตโดยรวมมัธยฐาน 13.2 เดือน ขณะที่กลุ่มที่ได้รับเคมีบำบัดอยู่ที่ 6.7 เดือน หรือเกือบเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตลดลงประมาณ 60% เมื่อเทียบกับการรักษามาตรฐาน
นอกจากนี้ ระยะเวลาที่โรคไม่ลุกลามยังเพิ่มขึ้น โดยอยู่ที่ 7.2 เดือน ในกลุ่ม daraxonrasib เทียบกับ 3.6 เดือนในกลุ่มเคมีบำบัด ขณะที่อัตราการตอบสนองต่อการรักษาอยู่ที่ 30% เทียบกับ 11% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็น ค่ามัธยฐานของกลุ่มผู้เข้าร่วมการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนจะมีชีวิตอยู่ได้นานตามตัวเลขดังกล่าว และยานี้ยังไม่ใช่การรักษาที่ทำให้มะเร็งหายขาด
ทางเลือกใหม่ในมะเร็งที่รักษายาก
มะเร็งตับอ่อนถือเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีความรุนแรงสูง เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลาม ทำให้การผ่าตัดซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในผู้ป่วยบางกลุ่มไม่สามารถทำได้
ข้อมูลจาก FDA ระบุว่า ในสหรัฐฯ มีผู้ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งตับอ่อนรายใหม่ประมาณ 67,000 รายต่อปี และประมาณ 90–95% เป็น pancreatic adenocarcinoma ซึ่งเป็นชนิดที่ Rasonque ได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษา
ด้วยเหตุนี้ การค้นพบยาที่สามารถมุ่งเป้าไปยังกลไกสำคัญของเซลล์มะเร็งและช่วยยืดเวลาการรอดชีวิต จึงถือเป็นความก้าวหน้าที่มีความหมายต่อผู้ป่วยและวงการมะเร็งวิทยา
ยังคงต้องติดตามผลข้างเคียง
แม้ผลการทดลองจะน่าสนใจ แต่ Rasonque ไม่ได้ปราศจากผลข้างเคียง โดย FDA ระบุอาการที่พบได้ เช่น ผื่น ท้องเสีย แผลหรือการอักเสบในช่องปาก คลื่นไส้ อ่อนเพลีย อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร และภาวะเลือดออก นอกจากนี้ยังมีคำเตือนเกี่ยวกับความเป็นพิษต่อผิวหนังและเนื้อเยื่อ ช่องปาก ระบบทางเดินอาหาร การทะลุของทางเดินอาหาร รวมถึงภาวะปอดอักเสบและพิษต่อตัวอ่อนในครรภ์
ดังนั้น การใช้ยาจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยเฉพาะการติดตามอาการไม่พึงประสงค์และการประเมินว่าผู้ป่วยเหมาะสมกับการรักษาหรือไม่
อีกความหวังของการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า
การอนุมัติ Rasonque สะท้อนทิศทางสำคัญของวงการมะเร็งวิทยา ที่พยายามเปลี่ยนจากการรักษาที่มุ่งทำลายเซลล์ที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ไปสู่การ เจาะจงกลไกทางชีววิทยาที่ขับเคลื่อนมะเร็ง
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนระยะแพร่กระจาย การมีทางเลือกใหม่ที่สามารถรับประทานได้และแสดงผลด้านการรอดชีวิตที่ชัดเจนจากการทดลองระยะที่ 3 จึงนับเป็นความหวังครั้งสำคัญ
อย่างไรก็ตาม Rasonque ยังเป็นการรักษาสำหรับผู้ป่วยตามข้อบ่งใช้ที่ FDA กำหนด และ ไม่ควรตีความว่าเป็นยารักษามะเร็งตับอ่อนให้หายขาด การเลือกแนวทางรักษาต้องพิจารณาชนิดและระยะของมะเร็ง สุขภาพโดยรวม รวมถึงการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมิน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
