รีเซต

"ทรัมป์" โทรคุยสายตรง "สี จิ้นผิง" ชื่นมื่น แย้มจีนจ่อซื้อถั่วเหลืองเพิ่ม เตือนสหรัฐฯปมขายอาวุธไต้หวัน

"ทรัมป์" โทรคุยสายตรง "สี จิ้นผิง" ชื่นมื่น แย้มจีนจ่อซื้อถั่วเหลืองเพิ่ม เตือนสหรัฐฯปมขายอาวุธไต้หวัน
TNN ช่อง16
5 กุมภาพันธ์ 2569 ( 13:03 )
4

"ทรัมป์" โทรคุยสายตรง "สี จิ้นผิง" เผยจีนจ่อซื้อถั่วเหลืองเพิ่ม ด้านจีนเตือนสหรัฐฯ ระมัดระมังขายอาวุธไต้หวัน


ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยถึงการเจรจากับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนเมื่อวันพุธ (4 กุมภาพันธ์ 2026) โดยระบุว่า จีนกำลังพิจารณาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ย้ำเตือนรัฐบาลให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการขายอาวุธให้ไต้หวัน


เป็นการแสดงไมตรีจิตก่อนจะไปเยือนปักกิ่งของ ทรัมป์ ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอีกราวๆ 2 เดือนข้างหน้านี้ โดยทรัมป์ กล่าวว่า สี จิ้นผิง จะพิจารณาเพิ่มการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เป็น 20 ล้านตันในฤดูกาลปัจจุบัน จากเดิม 12 ล้านตัน และส่งผลให้ราคาถั่วเหลืองล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้น


โดยการหารือระหว่างจีนและสหรัฐฯ เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ประชุมออนไลน์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ซึ่งการหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีทรัมป์ มีทั้งประเด็นไต้หวัน การค้า และความมั่นคง ที่ยังคงทำให้สองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกตึงเครียดกัน และนับเป็นการคุยโทรศัพท์กันครั้งแรกของผู้นำสองชาติตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำทั้งสองยืนยันผลประโยชน์ของตนในความสัมพันธ์อันแข็งแกร่ง


ทรัมป์ กล่าวใน Truth Social ว่า การสนทนา "เป็นไปในเชิงบวกอย่างมาก" ความสัมพันธ์ของเขากับ สี จิ้นผิง นั้น "ดีเยี่ยม" และ "เราทั้งสองตระหนักดีว่า การรักษาความสัมพันธ์เช่นนี้มีความสำคัญเพียงใด"


ด้านรัฐบาลจีนระบุในรายงานอย่างเป็นทางการว่า สี จิ้นผิง กล่าวว่า "ผมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ"


ที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า จีนเป็นสาเหตุของมาตรการแข็งกร้าวหลายอย่าง ตั้งแต่แคนาดาไปจนถึงกรีนแลนด์และเวเนซุเอลา แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้ผ่อนคลายนโยบายต่อปักกิ่งในหลายด้านที่สำคัญ ตั้งแต่ภาษีศุลกากรไปจนถึงชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูงและโดรน


 บอนนี่ เกลเซอร์ จากสถาบันวิจัยกองทุนเยอรมันมาร์แชลแห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า “ทั้งสองฝ่ายต่างส่งสัญญาณว่าต้องการรักษาความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนที่มีเสถียรภาพเอาไว้”



โดยหนึ่งในประเด็นความตึงเครียด คือ นโยบายไต้หวัน สหรัฐฯประกาศข้อตกลงขายอาวุธครั้งใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์ให้ไต้หวันในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจนำไปใช้ป้องกันการโจมตีจากจีนได้ และไต้หวันคาดหวังว่าจะมีการขายอาวุธในลักษณะนี้เพิ่มเติมอีก


จีนมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน ซึ่งไทเปปฏิเสธมาโดยตลอด ส่วนสหรัฐฯมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน แต่ยังมีความสัมพันธ์ไม่เป็นทางการกับไต้หวัน และยังเป็นผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่สุดให้กับเกาะแห่งนี้ ตามกฎหมายจัดหาเครื่องมือให้ไต้หวันป้องกันตนเอง


ทั้งนี้ จีนระบุในผลสรุปการประชุมอย่างเป็นทางการ “สหรัฐต้องระมัดระวังในการขายอาวุธให้ไต้หวัน”


การสอบสวนนายทหารระดับสูงในกองทัพก็สร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องการสอบสวนนายพลจาง โหย่วเซี่ย รองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง (ซีเอ็มซี) เขากล่าวเมื่อสุดสัปดาห์ว่า “เท่าที่ผมทราบ จีนมีนายคนเดียว นั่นคือประธานาธิบดีสี”


ขณะที่สนธิสัญญานิวเคลียร์ฉบับสุดท้ายระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯที่จะหมดอายุลงในไม่ช้า ได้เพิ่มความเสี่ยงเกิดการแข่งขันด้านอาวุธรอบใหม่ ที่จีนจะมีบทบาทสำคัญเนื่องจากคลังแสงนิวเคลียร์จีนเติบโตขึ้นทุกขณะ


อย่างไรก็ตามประเด็นเศรษฐกิจก็ยังคงเป็นประเด็นร้อนระหว่างจีน ในฐานะผู้บริโภครายใหญ่สุดของโลกกับโรงงานของพวกเขา เนื่องจากทรัมป์ใช้การเก็บภาษีเป็นเสาหลักยุทธศาสตร์ฟื้นฟูการจ้างงานภาคการผลิตภายในประเทศ


เจดี แวนซ์  รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เผยแผนกลุ่มการค้าแร่ธาตุสำคัญสำหรับพันธมิตรพิเศษ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกำจัดข้อได้เปรียบที่จีนมีเหนือสหรัฐเพราะควบคุมโลหะสำคัญได้


ทั้งสองฝ่ายกำลังหาหนทางทำข้อตกลงก่อนทรัมป์ไปเยือนปักกิ่งในเดือนเมษายนนี้ หลังจากที่ทรัมป์และสีพบกันครั้งล่าสุดในเดือนตุลาคมที่เกาหลีใต้ และเห็นชอบสงบศึกการค้าระหว่างกัน



สำหรับถั่วเหลือง ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองคือฐานเสียงสำคัญของทรัมป์ และจีนคือผู้บริโภครายใหญ่สุด ยอดขายถั่วเหลืองสหรัฐในต่างประเทศปีนี้ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี ผลพวงความตึงเครียดทางการค้ากับจีนล่าสุด ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถั่วเหลืองมาตรฐานของตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ชิคาโก (Chicago Board of Trade) พุ่งขึ้นมากกว่า 3% แตะระดับสูงสุดในรอบสองเดือน


อาร์ลัน ซูเดอร์แมน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์ของบริษัทที่ปรึกษา StoneX กล่าวว่า ปริมาณถั่วเหลืองสหรัฐไม่เพียงพอส่งออกไปยังจีนอีก 8 ล้านตัน ในขณะเดียวกันก็ต้องตอบสนองความต้องการจากผู้นำเข้าอื่นๆ ด้วยราคาถั่วเหลืองของสหรัฐอาจสูงขึ้น และผู้ซื้อทั้งในสหรัฐและต่างประเทศบางรายอาจซื้อถั่วเหลืองจากบราซิลแทน


ด้านนายโร แคนนา ส.ส. พรรคเดโมแครต คณะกรรมาธิการว่าด้วยจีน วิจารณ์การทำข้อตกลงของทรัมป์ ระบุว่า  “ทรัมป์ชี้ว่าการซื้อถั่วเหลืองของจีนคือบทพิสูจน์ความก้าวหน้า ทั้งๆ ที่ปริมาณน้อยกว่าช่วงก่อนที่เขารับตำแหน่งด้วยซ้ำ และทรัมป์ไม่พูดเรื่องความก้าวร้าวที่จีนมีต่อไต้หวัน การที่จีนสนับสนุนปูตินรุกรานยูเครน หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน”  


ทั้งนี้ถ้อยแถลงของทรัมป์ระบุว่า นอกจากเรื่องการซื้อขายถั่วเหลืองแล้ว ผู้นำสหรัฐฯ และจีนยังได้หารือเกี่ยวกับอิหร่าน สงครามของรัสเซียในยูเครน เครื่องยนต์เครื่องบิน รวมถึงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติด้วย 


สำหรับจีนนั้นเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลามานานหลายปี และการขายน้ำมันช่วยให้เวเนซุเอลาสามารถชำระหนี้ก้อนใหญ่ให้กับรัฐบาลจีนได้ผ่านข้อตกลงแลกเปลี่ยนหนี้กับน้ำมัน ขณะที่สหรัฐฯ ได้ปลดประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนที่มาผ่าน และได้เสนอแนะว่าจีนจะต้องซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลาตามเงื่อนไขของสหรัฐฯแทน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง