GFPT ยุโรปเสถียร-ญี่ปุ่นดีด มาร์จิ้นยังสูงบาทอ่อนหนุน

#GFPT #ทันหุ้น - GFPT ชี้ยุโรปรับมือวิกฤติอาหารสร้างเสถียรภาพออเดอร์ทั้งปี ไม่ใช่แค่เฉพาะไฮซีซันไตรมาส 3 ลั่นตลาดเอเชียมาแรงโดยเฉพาะญี่ปุ่นโตสูง รับผลบวกจากบาทอ่อนค่า ชี้มาร์จิ้นยังสูงได้ แม้ต้นทุนกากถั่วเหลืองเพิ่ม แต่ราคาข้าวโพดเริ่มลดลง ชูดีมานด์ในประเทศคึกคัก จ่อเร่งตัวช่วงเทศกาล โบรกวางเป้า 13.50 บาท
นายวีระ ธิตยางกรุวงศ์ นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT แสดงทรรศนะต่อกรณีที่หลายประเทศทั้งสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงญี่ปุ่น จัดทำแผนรับมือวิกฤตอาหาร หลังเผชิญความเสี่ยงจากสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และห่วงโซ่อุปทานสะดุด ว่า ภาพการสั่งซื้อสินค้าในปี 2569 คู่ค้าทางสหภาพยุโรปปรับกลยุทธ์เน้นการบริหารจัดการสินค้าให้เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศเป็นหลัก จึงมีคำสั่งซื้อสินค้าเฉลี่ยใกล้เคียงกันทุกไตรมาส ไม่เน้นการสั่งซื้อเฉพาะงวดไตรมาส 3/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของอุตสาหกรรมส่งออกเหมือนช่วงที่สถานการณ์ปกติ โดยเป็นการบริหารท่ามกลางต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามภาพรวมการส่งออกในตลาดภูมิภาคเอเชียเติบโตได้ดีกว่า โดยเฉพาะตลาดประเทศญี่ปุ่นที่เติบโตได้ทั้งปริมาณ และยังสามารถปรับราคาขายขึ้นได้บ้าง สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลบาท เมื่อเทียบสกุลดอล ลาร์สหรัฐอเมริกาที่มีแนวโน้มอยู่ในทิศทางอ่อนค่า ถือเป็นประเด็นบวกต่อบริษัท โดยมีส่วนช่วยหนุนรายได้จากการส่งออกให้ขยายตัวมากขึ้น
“ภาพรวมปี 2569 นี้คู่ค้าทางฝั่งยุโรปสั่งซื้อสินค้าเฉลี่ยใกล้เคียงกันทุกไตรมาส เนื่องจากมีสถานการณ์กดดันหลายปัจจัย ดังนั้นแม้ว่าจะมีการวางแผนบริหารจัดการอาหาร – สิ่งจำเป็นภายในประเทศก็อาจจะเน้นกลุ่มสินค้าที่หาได้ภายในทวีปยุโรปเองเป็นหลัก เพราะก็ต้องยอมรับว่าราคาน้ำมันและค่าขนส่งทางเรือยังทรงตัวสูง”
สำหรับต้นทุนวัตถุดิบอาหารเลี้ยงสัตว์ แม้ภาพรวมปี 2569 มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งถือเป็นปีที่มีฐานต่ำ “มากเป็นพิเศษ” แต่หากเปรียบเทียบกับช่วงปีปกติทั่วไป ถือว่าราคาวัตถุดิบไม่ได้สูงมากนัก
“ราคากากถั่วเหลือง-ถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบหลักที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นชัดเจนที่สุดตามราคาตลาดโลก หลังจากที่ปีที่แล้วราคาเคยปรับลดลงไปถึง 20–30% แต่ราคาข้าวโพดในประเทศเริ่มย่อตัวลงทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับฐานที่สูงมากของปีก่อน”
ลุ้นขายในปท.คึกคัก
นายวีระ กล่าวถึงทิศทางราคาไก่ในประเทศราคาเฉลี่ยไก่เนื้อในช่วงไตรมาส 3/2569 จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 43 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 8% YoY และเพิ่มขึ้น 11% QoQ สอดคล้องกับความต้องการในประเทศที่ฟื้นตัวได้ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐบาล อย่างไรก็ตามในระยะสั้น กำลังซื้อได้รับปัจจัยกดดันจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ฝนตกหนักหลายพื้นที่ เบื้องต้นคาดว่าภาพรวมตลาดในประเทศช่วงที่เหลือของปี 2569 จะเริ่มคึกคักขึ้น เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี
เป้า 13.50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ คาด GFPT รายงานกำไรปกติไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 591 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% QoQ แต่ลดลง 16.8% YoY กดดันจากปริมาณส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและราคาไก่ในประเทศที่อ่อนตัว
สำหรับไตรมาส 4/2569 คาดกำไรปกติราว 500 ล้านบาท ลดลง QoQ ตามฤดูกาลส่งออกและราคาไก่ที่อ่อนตัว แต่ทรงตัว YoY โดยมีตลาดส่งออกช่วยประคอง จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 2,239 ล้านบาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
