รีเซต

GFPT ยุโรปเสถียร-ญี่ปุ่นดีด มาร์จิ้นยังสูงบาทอ่อนหนุน

GFPT ยุโรปเสถียร-ญี่ปุ่นดีด มาร์จิ้นยังสูงบาทอ่อนหนุน
ทันหุ้น
5 พฤศจิกายน 2569 ( 02:30 )

นายวีระ ธิตยางกรุวงศ์ นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT แสดงทรรศนะต่อกรณีที่หลายประเทศทั้งสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงญี่ปุ่น จัดทำแผนรับมือวิกฤตอาหาร หลังเผชิญความเสี่ยงจากสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และห่วงโซ่อุปทานสะดุด ว่า ภาพการสั่งซื้อสินค้าในปี 2569 คู่ค้าทางสหภาพยุโรปปรับกลยุทธ์เน้นการบริหารจัดการสินค้าให้เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศเป็นหลัก จึงมีคำสั่งซื้อสินค้าเฉลี่ยใกล้เคียงกันทุกไตรมาส ไม่เน้นการสั่งซื้อเฉพาะงวดไตรมาส 3/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของอุตสาหกรรมส่งออกเหมือนช่วงที่สถานการณ์ปกติ โดยเป็นการบริหารท่ามกลางต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามภาพรวมการส่งออกในตลาดภูมิภาคเอเชียเติบโตได้ดีกว่า โดยเฉพาะตลาดประเทศญี่ปุ่นที่เติบโตได้ทั้งปริมาณ และยังสามารถปรับราคาขายขึ้นได้บ้าง สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลบาท เมื่อเทียบสกุลดอล ลาร์สหรัฐอเมริกาที่มีแนวโน้มอยู่ในทิศทางอ่อนค่า ถือเป็นประเด็นบวกต่อบริษัท โดยมีส่วนช่วยหนุนรายได้จากการส่งออกให้ขยายตัวมากขึ้น

สำหรับต้นทุนวัตถุดิบอาหารเลี้ยงสัตว์ แม้ภาพรวมปี 2569 มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งถือเป็นปีที่มีฐานต่ำ “มากเป็นพิเศษ” แต่หากเปรียบเทียบกับช่วงปีปกติทั่วไป ถือว่าราคาวัตถุดิบไม่ได้สูงมากนัก

ลุ้นขายในปท.คึกคัก

นายวีระ กล่าวถึงทิศทางราคาไก่ในประเทศราคาเฉลี่ยไก่เนื้อในช่วงไตรมาส 3/2569 จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 43 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 8% YoY และเพิ่มขึ้น 11% QoQ สอดคล้องกับความต้องการในประเทศที่ฟื้นตัวได้ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐบาล  อย่างไรก็ตามในระยะสั้น กำลังซื้อได้รับปัจจัยกดดันจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ฝนตกหนักหลายพื้นที่ เบื้องต้นคาดว่าภาพรวมตลาดในประเทศช่วงที่เหลือของปี 2569 จะเริ่มคึกคักขึ้น เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี 

เป้า 13.50 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด  ระบุในบทวิเคราะห์ คาด GFPT รายงานกำไรปกติไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 591 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% QoQ แต่ลดลง 16.8% YoY กดดันจากปริมาณส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและราคาไก่ในประเทศที่อ่อนตัว

สำหรับไตรมาส 4/2569 คาดกำไรปกติราว 500 ล้านบาท ลดลง QoQ ตามฤดูกาลส่งออกและราคาไก่ที่อ่อนตัว แต่ทรงตัว YoY โดยมีตลาดส่งออกช่วยประคอง  จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 2,239 ล้านบาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง