ราชกิจจาฯ สั่งโรงกลั่นรายงานต้นทุนน้ำมันทุกศุกร์ คุมราคา

ราชกิจจาฯ สั่งเข้ม “โรงกลั่น” รายงานต้นทุนทุกสัปดาห์
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงพลังงาน กำหนดมาตรการควบคุมการค้าพลังงาน โดยบังคับให้โรงกลั่นน้ำมันต้องรายงาน “ต้นทุนการกลั่นน้ำมันดิบ” ต่อกรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 12.00 น.ของทุกวันศุกร์ เพื่อให้รัฐสามารถติดตามต้นทุนจริงและบริหารจัดการพลังงานได้ทันสถานการณ์
มาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันโลก โดยเฉพาะอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของน้ำมันดิบ
เหตุผลออกมาตรการ คุมราคาป้องกันขาดแคลน
กระทรวงพลังงานระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนด้านอุปทานน้ำมัน ขณะเดียวกันพบปัญหาผู้ค้าน้ำมันบางรายขายน้ำมันจากคลังในราคาสูงกว่าหน้าปั๊ม ส่งผลให้ผู้ค้ารายย่อยจัดหาน้ำมันได้ยาก
ปัญหาดังกล่าวเริ่มกระทบต่อระบบขนส่ง เศรษฐกิจ และค่าครองชีพของประชาชน จึงจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรการควบคุมอย่างเป็นระบบ
เปิดเงื่อนไขใหม่ ผู้ค้าน้ำมันต้องทำอะไรบ้าง
ประกาศฉบับนี้กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันต้องเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
1. แสดงราคาและสต๊อกหน้าคลัง
แสดงราคาขายส่งรวมภาษี
แสดงปริมาณน้ำมันคงเหลือ
ต้องติดประกาศชัดเจน อ่านได้ง่าย
2. รายงานข้อมูลทุกวัน
ส่งข้อมูลให้กรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น.
ต้องรายงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
3. ห้ามขายเกินราคากลาง
ราคาขายต้องไม่สูงกว่าที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกำหนด
หากอยู่ต่างจังหวัด สามารถบวกค่าขนส่งตามเกณฑ์ได้
โรงกลั่นต้องเปิดต้นทุนทุกศุกร์
หัวใจสำคัญของประกาศคือ การบังคับให้โรงกลั่นรายงาน “ต้นทุนจริง” ของการผลิตน้ำมัน ซึ่งต้องระบุรายละเอียดหลายด้าน เช่น
- ราคาน้ำมันดิบ
- ค่าขนส่งและประกันภัย
- ค่าใช้จ่ายในโรงกลั่น เช่น ค่าไฟ ค่าแรง ซ่อมบำรุง
- ภาษี ดอกเบี้ย และต้นทุนอื่นที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลทั้งหมดต้องส่งให้กรมธุรกิจพลังงานทุกวันศุกร์ เพื่อใช้ตรวจสอบโครงสร้างราคาและลดความคลาดเคลื่อนในตลาด
คุมเข้มการขนส่งน้ำมันทั่วประเทศ
ประกาศยังให้ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานการขนส่งน้ำมันทุกครั้งผ่านระบบตรวจสอบของกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมแนบเอกสารกำกับการขนส่ง เพื่อป้องกันการกักตุนและลักลอบเคลื่อนย้าย
มาตรการนี้ครอบคลุมข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
มีผลบังคับใช้ทันที
ประกาศฉบับนี้มีผลทันทีตั้งแต่วันที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงวิกฤต