"ทรัมป์" เผย เดินทางเยือนจีนน่าตื่นเต้นมาก เชื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวก จับตาถกประเด็น “อิหร่าน-ไต้หวัน” คลายตึงเครียดโลก

"ทรัมป์" เดินทางเยือนจีนครั้งสำคัญ ท่ามกลางความกังวลต่อวิกฤตอิหร่านและประเด็นไต้หวัน จับตาหารือกับ"สี จิ้นผิง" ช่วยลดความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจได้หรือไม่
ประธานาธิบดีโดนัลล์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกเดินทางเยือนจีน อย่างเป็นทางการในวันอังคาร (12 พฤษภาคม) โดยระบุว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นทริปที่ “น่าตื่นเต้นมาก” ท่ามกลางการจับตาจากนานาชาติว่า การพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีนจะช่วยคลี่คลายความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะวิกฤตอิหร่านและประเด็นไต้หวันได้มากน้อยเพียงใด
รายงานจากสำนักข่าวเกียวโด ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดเดินทางถึงกรุงปักกิ่ง ในช่วงเย็นวันพุธ (13 พฤษภาคม) พร้อมกับคณะผู้บริหารบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันข้อตกลงทางธุรกิจขนาดใหญ่ แม้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังเผชิญความขัดแย้งด้านการค้าและการแข่งขันเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สำหรับหลายประเทศในเอเชียและภูมิภาคอื่น ประเด็นสำคัญที่สุดของการประชุมครั้งนี้คือแนวทางยุติสงครามในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงท่าทีของสหรัฐฯ ต่อประเด็นไต้หวัน ซึ่งยังเป็นจุดเปราะบางในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ
ก่อนออกเดินทาง ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จะหารือกับประธานาธิดบีสีเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างละเอียด พร้อมย้ำว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดี และเชื่อว่าการเยือนครั้งนี้จะสร้าง “ผลลัพธ์เชิงบวกจำนวนมาก”
ขณะเดียวกัน ความล่าช้าในการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและฟื้นเสถียรภาพในตะวันออกกลาง ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า สหรัฐฯ อาจต้องการให้จีนช่วยกดดันอิหร่านให้บรรลุข้อตกลงกับวอชิงตัน เนื่องจากจีนถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐฯ “ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากจีน” ในกรณีอิหร่าน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวัน ซึ่งรัฐบาลจีนส่งสัญญาณชัดเจนว่าเป็นวาระสำคัญในการประชุมสุดยอดระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศอนุมัติการขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ นับเป็นข้อตกลงด้านอาวุธที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสร้างความไม่พอใจอย่างหนักต่อรัฐบาลปักกิ่ง
การเยือนจีนครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของทรัมป์นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 ในสมัยแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ และจีนพบกันล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมที่เกาหลีใต้ และสามารถบรรลุข้อตกลงชะลอสงครามการค้าออกไปอีก 1 ปี
กำหนดการประชุมสุดยอดซึ่งเดิมวางแผนไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ถูกเลื่อนเพราะสถานการณ์สงครามอิหร่าน จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในเช้าวันพฤหัสบดี (14 พฤษภาคม) หลังพิธีต้อนรับ โดยในช่วงบ่าย ผู้นำทั้งสองจะเยี่ยมชม Temple of Heaven และร่วมงานเลี้ยงรับรองแห่งรัฐ ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะหารือข้อราชการเพิ่มเติมกับประธานาธิบดีสีระหว่างรับประทานอาหารกลางวันในวันศุกร์ (15 พฤษภาคม) ก่อนเดินทางออกจากจีน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
