รีเซต

ไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทย พบได้บ่อยแค่ไหน?

ไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทย พบได้บ่อยแค่ไหน?
TNN ช่อง16
24 มีนาคม 2569 ( 11:59 )
1

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคไข้กาฬหลังแอ่น หลังจากมีรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศไทย 3 คน โดยระบุว่า

มีผู้ถามกันมามาก ว่าโรคไข้กาฬหลังแอ่น พบบ่อยแค่ไหนในประเทศไทย

อย่างที่เคยบอกโรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ ผมเคยเห็นตั้งแต่เป็นนักเรียนแพทย์ และเป็นแพทย์ประจำบ้านยังถ่ายรูปไว้เลย ค้นรูปไม่เจอ แต่จำได้ว่าเคยลงพิมพ์ในวารสารคลินิก วารสารนี้เลิกพิมพ์ไปแล้ว สมัยก่อนผู้สัมผัสโรคจะต้องกินยาป้องกัน ยาที่ใช้ในสมัยนั้นคือยารักษาวัณโรค rifampicin กินแล้วฉี่ เป็นสีส้มกันเป็นแถว ยานี้ต้องให้ถึง 2 วัน ปัจจุบันใช้ยาที่สะดวกกว่าให้รับประทานครั้งเดียวคือ ciprofloxacin ถ้าเป็นสตรีตั้งครรภ์จะใช้ Ceftriaxone ฉีดเข้ากล้ามครั้งเดียว

สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน โรคไข้กาฬหลังแอ่น พบเป็นรายๆ (sporadic) น้อยมากที่พบเป็นการระบาด แต่ก็เคยมีการระบาดในเรือนจำในประเทศไทย 

serotype ที่พบในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็น type B ส่วนใหญ่จะพบในเด็กและวัยรุ่น (60%) มีอุบัติการณ์โดยเฉลี่ยต่ำกว่าอุบัติการณ์ของทั่วโลกประมาณ 20-50 เท่า ประเทศไทยมีอุบัติการณ์ ประมาณ 0.02–0.1 /100,000 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปี จัดเป็นประเทศที่มี low endemicity (Vyse A et al Meningococcal disease in Asia: an under-recognized public health burden. Epidemiol Infect. 2011 Jul;139(7):967-85.)  หรือพบผู้ป่วยปีละประมาณ 10 ถึง 30 ราย หรือน้อยกว่า พบมากในเด็กเล็กและวัยรุ่น พบได้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเยื่อหุ้มสมองอักเสบชนิดอื่นที่พบในประเทศไทย  มีอัตราตายสูงเฉลี่ย 10-30% 

ผู้ป่วยในประเทศไทยพบได้น้อยมาก จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ยังไม่มีการนำวัคซีน มาใช้ในแผนการป้องกันโรคด้วยวัคซีนแห่งชาติ

โรคนี้พบได้ในทางตะวันตกยุโรปและอเมริกา หรือแม้แต่ผู้ที่จะเดินทางไปแสวงบุญ จึงมีการแนะนำให้ ผู้ที่จะไปเรียน ศึกษาต่อ หรือ work and travel ในช่วงปิดเทอม และผู้ที่จะไปแสวงบุญ ควรได้รับการป้องกันด้วยวัคซีน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง