KBANKปักธงROE10% รับโอกาสFDIไหลเข้าไทย

#KBANK #ทันหุ้น - KBANK ชี้เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแบบ K-Shaped รับแรงหนุนจาก FDI -การเติบโตสินเชื่อ Green Finance - พร้อมยังรักษาผลการดำเนินงานที่ยังแข็งแกร่ง มั่นใจสินเชื่อโตปีนี้ 0-2% พร้อมดัน ROE ไม่ต่ำกว่า10% นอกจากนี้ยังมองโอกาสจากกระแสการลงทุนที่จะเข้ามาในประเทศ
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว แต่มีลักษณะเป็น K-Shaped ซึ่งมีบางอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์และฟื้นตัวได้ดี ในขณะที่บางอุตสาหกรรมและบางธุรกิจยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยปัจจัยขับเคลื่อนฝั่งบวกจะมาจากเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) มีเงินทุนไหลเข้ามาในกลุ่ม Data Center และโครงการเกี่ยวเนื่องอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อ Green Finance และพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นเทรนด์หลักที่มีทิศทางเติบโตเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ และสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ Reinvent Thailand ที่เน้น 7 อุตสาหกรรมหลัก ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของธนาคารไม่ใช่เพียงการเติบโตทางธุรกิจ แต่คือการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้า โดยความสำเร็จจากการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3+1 & P และกลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
@เติบโตแข็งแกร่ง
ดังนั้นยุทธศาสตร์ 3+1 & P เป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการเติบโตอย่างมีคุณภาพของธนาคาร พร้อมรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง โดยครองอันดับ 1 ด้านการชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัล ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30% และมีผู้ใช้งาน K PLUS กว่า 24 ล้านราย ครองอันดับ 1 ด้านยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ด้วยส่วนแบ่งตลาด 19%
รวมทั้งรักษาความเป็นผู้นำด้านการบริหารความมั่งคั่ง โดยมีจำนวนลูกค้า Wealth เพิ่มขึ้น 16% และครองอันดับ 1 ด้านสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกองทุนรวม (Mutual Fund AUM) เพิ่มขึ้น 8% ด้วยส่วนแบ่งตลาด 22.6% ตลอดจนผู้นำด้านการจัดจำหน่ายตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Bond Underwriting) และครองอันดับ 1 ด้านคะแนนความพึงพอใจ (NPS) ทั้งโมบายแบงกิ้ง และลูกค้าผู้ประกอบการ
@ผลงานตามเป้า
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานยังเติบโตได้ดีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สินเชื่อโต 0-2% รักษาระดับการตั้งสำรองอยู่ในกรอบ 1.4-1.6% แต่อาจจบปีในระดับกรอบบน ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมเดิมตั้งเป้าการเติบโตไว้ระดับ High Single Digit แต่ผ่านไป 9 เดือนเติบโตแล้วถึง 16% ซึ่งยังคงเป้าหมายเดิมไว้
ถึงแม้ว่าไตรมาส 4 จะมีค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบปกติที่เกิดทุกปีอยู่แล้ว ขณะที่ธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดัน ROE ให้ขึ้นสู่ระดับ Double Digit เพื่อตอบโจทย์ผู้ถือหุ้น แต่ระยะเวลาขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
@มองโอกาสรับการลงทุน
ในส่วนเรื่องประเด็นการระงับการสร้าง Data Center ของสหรัฐ มองว่าภาพรวมเทคโนโลยี AI ยังคงเติบโตทั่วโลก ทำให้ความต้องการ Data Center ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องและต้องมีการหาทำเลรองรับการเติบโตนี้ต่อไป แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป คือ กฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละประเทศมีข้อกำหนดที่ห้ามนำข้อมูลของประชาชนออกนอกประเทศ ดังนั้นทุกประเทศจึงจำเป็นต้องมีการจัดตั้งและถือครอง Data Center ในขนาดที่เหมาะสมภายในประเทศของตนเอง
นอกจากนี้เรื่องการปรับการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะช่วยส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ SMEs และ Supply Chain ชิ้นส่วนยานยนต์ในไทย ทำให้เกิดการสร้างงานและการจ้างงานภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยรักษาสมดุลระหว่างการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจากต่างประเทศ กับการสนับสนุนการลงทุนตั้งโรงงานผลิต การจ้างงาน และการรักษาสมดุลกับค่ายรถยนต์เดิม
รวมถึงเรื่องดึงดูดการบริษัทต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนในไทย ซึ่งตลาดหุ้นทั่วโลกต่างต้องการดึงดูดบริษัทที่มีคุณภาพเข้ามาจดทะเบียนในประเทศตัวเอง โดยมองว่าจะช่วยในเรื่องของการขยายขนาดของตลาดทุนไทยให้ใหญ่ขึ้น และช่วยยกระดับการพัฒนาตลาดเงินตลาดทุนของประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
