รีเซต

"เอกชน" หวังรัฐบาลใหม่ ปราบโกง-ฟื้นกำลังซื้อ-แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง-ยกระดับอุตสาหกรรม

"เอกชน" หวังรัฐบาลใหม่ ปราบโกง-ฟื้นกำลังซื้อ-แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง-ยกระดับอุตสาหกรรม
TNN ช่อง16
9 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:05 )
9

"เอกชน" หวังรัฐบาลใหม่เร่ง ปราบโกง-ฟื้นกำลังซื้อ-แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง-ยกระดับอุตสาหกรรม


มล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI CEO Poll  ครั้งที่ 48 ประจำเดือนม.ค.69 ภายใต้หัวข้อ "ความคาดหวังของภาคอุตสาหกรรม หลังการเลือกตั้ง ปี 2569" ว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มีความเชื่อมั่นต่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งปี 2569 ว่าจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในระดับปานกลาง  


โดยให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของนักการเมืองในด้านความซื่อสัตย์ สุจริต ปราศจากประวัติการทุจริตเป็นอันดับแรก ขณะที่ผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังประเมินว่า ผลการเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ มีแนวโน้มออกมาในรูปแบบรัฐบาล ผสม โดยมีพรรคการเมืองขนาดใหญ่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล          


ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. มีความคาดหวังให้รัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหา เชิงโครงสร้างของประเทศเป็นหลัก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาปาก ท้อง และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

          

ขณะเดียวกัน เห็นว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ กำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ จากภาวะหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจ ข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงปัญหาสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาทุ่มตลาด  ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย


          

นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เนื่องจากการทุจริต ถือเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาเชิงโครงสร้างในหลายด้าน ทั้งการเพิ่มต้นทุนแฝงในการดำเนินธุรกิจ บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ โดยจัดให้มีระบบควบคุมและป้องกันการทุจริตเชิงโครงสร้างที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกระดับ

          

พร้อมเร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย หรือ Regulatory Guillotine เพื่อทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัย ซ้ำซ้อน หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ลดภาระต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัวให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวและแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


          


สรุปผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 48 จาก 6 คำถาม ได้ดังนี้

          

1. ภาคอุตสาหกรรม มีความเชื่อมั่นว่านโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมือง สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงมากน้อยเพียงใด  

อันดับ 1 : ปานกลาง             48.4%      

อันดับ 2 : น้อย                     28.4%          

อันดับ 3 : มาก                     16.8%

อันดับ 4 : น้อยที่สุด               4.5%

อันดับ 5 : มากที่สุด               1.9%


          

2. ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของนักการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศในเรื่องใด

อันดับ 1 : ความซื่อสัตย์สุจริตและไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับการทุจริต    77.4%

อันดับ 2 : ความรู้ ความสามารถ                                                      75.5%

อันดับ 3 : รับฟังความคิดเห็นและสามารถทำงานได้กับทุกภาคส่วน     41.7%

อันดับ 4 : รักษาคำพูดและทำตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน        36.1%


          

3. ภาคอุตสาหกรรมคาดหวังผลลัพธ์จากการเลือกตั้งปี 2569 ในเรื่องใด  

อันดับ 1 : การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม            71.6%       

อันดับ 2 : การแก้ไขปัญหาปากท้องและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน            67.7%          

อันดับ 3 : การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ             51.0

อันดับ 4 : การเมืองที่มีเสถียรภาพและรัฐบาลที่มีเอกภาพในการบริหารประเทศ    49.7%


          


4. รัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในเรื่องใด 

อันดับ 1 : ปัญหากำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง        80.6%          

อันดับ 2 : ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจ สภาพคล่องทางการเงิน และข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน  71.6%        

อันดับ 3 : ปัญหาสินค้าราคาถูกเข้ามาทุ่มตลาดและการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้า            62.6%       

อันดับ 4 : ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าและผันผวน                                    32.3%


          

5.  รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในเรื่องใด

อันดับ 1 : ปราบปรามการทุจริตและคอร์รัปชัน พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง  72.3%

อันดับ 2 : ปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ เช่น วัตถุดิบ พลังงาน แรงงาน และโลจิสติกส์ 61.3%

อันดับ 3 : ปฏิรูปกฎหมายและระบบราชการ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ  60.0%

อันดับ 4 : พัฒนาระบบการศึกษา ยกระดับทักษะแรงงานและส่งเสริมการลงทุน R&D เทคโนโลยีนวัตกรรม    53.5%

          

          

6. ภาคอุตสาหกรรมประเมินผลการเลือกตั้งปี 2569 จะออกมาในรูปแบบใด

อันดับ 1 : รัฐบาลผสมโดยมีพรรคการเมืองขนาดใหญ่เป็นแกนนำ                      66.5%

อันดับ 2 : รัฐบาลผสมหลายพรรค โดยไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากอย่างชัดเจน        21.9%

อันดับ 3 : พรรคการเมืองพรรคเดียวได้รับเสียงข้างมาก และจัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยตนเอง    11.6%

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง