ย้อนคดีดัง 'เล่นแชร์-โกงแชร์' มุกเดิม แต่เกิด 'เหยื่อใหม่' เพิ่มขึ้น

ย้อนคดีดัง 'เล่นแชร์-โกงแชร์' มุกเดิม แต่เกิด 'เหยื่อใหม่' เพิ่มขึ้น
TeaC
30 กันยายน 2564 ( 17:32 )
258
ย้อนคดีดัง 'เล่นแชร์-โกงแชร์' มุกเดิม แต่เกิด 'เหยื่อใหม่' เพิ่มขึ้น

เล่นแชร์ โกงแชร์ แชร์ลูกโซ่ ชื่อเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย! แต่กลับสร้างความสูญเสียให้ "เหยื่อ" ที่ถูกล่อใจด้วยดอกเบี้ยสูง หวังอยากร่ำรวยจากการลงทุนทางลัด แต่สุดท้ายกลับโดนโกงทั้งเงินต้นที่ส่ง ดอกเบี้ยที่หวังจะได้ มลายหายเกลี้ยงไม่เหลืออะไรเลย แถมไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยความซ้ำซากยังมีให้เห็น และนับวันเกิด "เหยื่อใหม่" เพิ่มขึ้น

 

คนไทยกับการเล่นแชร์ ไม่ว่าผ่านมากี่ยุคกี่สมัย นับวัน "เหยื่อใหม่" เพิ่มมากขึ้น

 

ด้วยสถานการณ์โรคโควิดระบาดหนัก ทำให้หลายคนขาดรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ จะให้หาเงินทุนสักก้อนมาหมุนให้คล่อง ๆ ต่อลมหายใจ หลายคนอาจเทใจเลือกลงทุนด้วยการ "เล่นแชร์" มากกว่ารวบรวมเอกสารขอกู้สินเชื่อกับสถาบันทางการเงิน เนื่องจากเสียเวลา ต้องดำเนินการหลายขั้นตอน ซึ่งสวนทางกับความต้องการในการใช้เงิน

 

 

โดยรูปแบบการเล่นแชร์ แค่มีบุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ตกลงกันเป็นสมาชิกวงแชร์ โดยแต่ละคนมีภาระที่จะส่งเงินหรือทรัพย์สินอื่นใด รวมเข้าเป็นทุนกองกลางเป็นงวด ๆ เพื่อให้สมาชิกวงแชร์หมุนเวียนกันรับทุนกองกลางแต่ละงวดนั้นไป โดยการประมูลหรือโดยวิธีอื่นใด และให้หมายรวมถึงการรวมทุนในลักษณะอื่น ตามที่กฎหมายกำหนดในกฎกระทรวงด้วย 

 

 

ยกตัวอย่าง การตั้งวงแชร์ เช่น วงเงิน 100,000 บาท ก็หาสมาชิกให้ได้ 10 คน จากนั้นลงเงินเริ่มต้นคนละ 10,000 บาท โดยส่งเงินทุกเดือน หากลูกแชร์คนหนึ่งคนใดต้องการเงินในแต่ละเดือน ก็จะใช้หลากหลายวิธีในการประมูล เพื่อให้ได้เงินก้อนใหญ่ หรือที่เรียกว่าการ "เปียร์แชร์" นั่นเอง 

 

 

เมื่อการลงทุนเล่นแชร์แม้เสี่ยงถูกหลอกแต่กลายเป็นทางเลือกมหานิยมของคนที่อยากได้เงินก้อน อยากได้เงินทันใช้ กลายเป็นช่องโหว่ให้เหล่ามิจฉาชีพออกรูปแบบกลโกงแชร์มากมายอย่างกรณีของ "ซ้อปลา" เปิดบ้านออมแชร์ ได้ประกาศวงแชร์ล่ม โดยอ้างตำรวจยักยอกเงิน 5 ล้านบาท ทำให้เหล่าลูกแชร์นับร้อยบุกขอค้นทรัพย์สินในบ้าน กลายเป็นคดีโกงแชร์ที่ได้รับความสนใจและประชาชนต่างติดตาม รวมทั้งทำให้นึกย้อนคดีดัง  'เล่นแชร์-โกงแชร์' ในอดีต และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้เห็นถึงรูปแบบกลโกงที่ต้องระวังกัน

 

 

คดีโกงแชร์ "แม่ชม้อย" จุดเริ่มต้นทำภาครัฐตัดสินใจดัน "การเล่นแชร์" ถูกกฎหมาย

 

คดีโด่งดังที่ทำให้ภาครัฐยอมออกกฎหมายเพื่อทำให้มีการเล่นแชร์ถูกกฎหมายในประเทศไทยครั้งแรก นั่นคือ "คดีแชร์แม่ชม้อย" หรือ คดีนางชม้อย ทิพย์โส ซึ่งคดีนี้กล่าวหานางชม้อย กับพวกรวม 10 คน ผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และฝ่าฝืนพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

 

 

โดยรูปแบบกลโกงในการหลอกล่อเงินของ "แม่ชม้อย" เธอใช้วิธีการรับกู้ยืมเงินจากประชาชนและให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงเป็นรายเดือน ซึ่งกำหนดวิธีการรับกู้ยืมเงินเป็นคันรถบรรทุกน้ำมันคันรถละ 160,500 บาท ให้ผลตอบแทนเดือนละ 12,000 บาท หรือร้อยละ 6.5 ต่อเดือน หรือร้อยละ 78 ต่อปี และในเดือนธันวาคมของทุกปีจะหักเงินไว้ร้อยละ 4 ของผลประโยชน์ที่ได้รับในรอบปี เพื่อเก็บภาษีการค้าและหักค่าเด็กปั้มไว้อีกเดือนละ 100 บาท ตามจำนวนเดือนที่นำเงินมาให้กู้ยืมโดยจะออกหลักฐานไว้ให้เป็นสัญญากู้ยืมเงินตามแบบที่มีขายอยู่ทั่วไปในท้องตลาด หรือบางรายจะออกหลักฐานให้เป็นเช็ค โดยผู้ให้กู้ยืมสามารถเรียกคืนเงินต้นเมื่อใดก็ได้และจะกลับมาให้กู้ยืมอีกก็ได้ในเงื่อนไขเดิม และนี่คือ "จุดขาย" ของคดีแม่ชม้อยที่ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากตบเท้ากันเข้ามาร่วมลงทุนจนส่งให้เกิดการกู้ยืมทั้งหมด 23,519 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4,043,997,795บาท นี่จึงถือเป็นคดีการโกงแชร์ระดับเงินล้าน เลยทีเดียว

 

 

ขณะที่ ช่วงแรก นางชม้อย ได้จ่ายผลประโยชน์หรือดอกเบี้ยให้ผู้ให้กู้ตรงตามเวลาที่นัดหมายทุกเดือน นอกจากนั้นในรายที่จะถอนเงินต้น ก็สามารถถอนได้ทุกราย ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นขึ้นไปอีก รวมทั้งภาพลักษณ์ของ นางชม้อย ยังทำงานอยู่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยอีกด้วย กลายเป็นยิ่งสร้างความเชื่อมั่นดับเบิ้ลให้ประชาชนหลงเชื่อนำเงินไปให้ผู้ต้องการกู้ยืม ซึ่งในช่วงแรกผู้ให้กู้ยืมอยู่ในหมู่ผู้ที่มีฐานะการเงินดี แต่ต่อมาได้แพร่หลายออกไปรวมทั้งประชาชนในต่างจังหวัดก็นิยมและได้แพร่หลายลงไปถึงประชาชนผู้มีฐานะการเงินไม่ดีก็สามารถเล่นได้ 

 

 

แต่เมื่อ กรมสรรพากร ตรวจสอบเชิงลึก พบว่า นางชม้อย มีบัญชีเงินฝาก 2 ประเภท คือประเภทออมทรัพย์และกระแสรายวัน โดยมีข้อตกลงกับธนาคารว่าให้โอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์เข้ามาบัญชีกระแสรายวันได้เมื่อมีการสั่งจ่ายเช็คเบิกเงินออกไปจากบัญชีกระแสรายวัน และจากการตรวจสอบหลักฐานการฝากถอนเงินในบัญชีเงินฝากของนางชม้อย กับพวกเห็นว่า ได้มีการจ่ายดอกเบี้ยให้ประชาชนเพิ่มขึ้นทุกปีเนื่องมาจากมีผู้ร่วมลงทุนเพิ่มมากขึ้นซึ่งแท้จริงแล้วนางชม้อยกับพวกไม่ได้ทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงและไม่ได้ประกอบกิจการค้าอื่นใดที่จะได้ผลตอบแทนเพียงพอที่จะนำมาจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ผู้ให้กู้ได้สูงถึงร้อยละ 6.5 ต่อเดือน แต่นางชม้อยใช้วิธีเอาเงินจากเหยื่อรายใหม่มาหมุนเวียนจ่ายให้กับเหยื่อรายเดิมเท่านั้น ถ้าวันไหนไม่มีผู้ร่วมลงทุนรายอื่นมาสมทบก็เท่ากับวงเงินก้อนใหญ่ที่ทุกคนวางเอาไว้ก็จะหายไปด้วย และนี่เองจึงทำให้แม่ชม้อยและพวกได้รับโทษฐานฉ้อโกงไปตามกฎหมาย 

 

 

คดีนางชม้อย ได้ใช้เวลาสืบพยานในศาลเป็นเวลาประมาณ 4 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงคงจำคุกทั้งสิ้นคนละ 20 ปี เพราะประมวลกฎหมายอาญาให้จำคุกไม่เกิน 20 ปี และให้นางชม้อย กับพวกร่วมกันคืนเงินที่ฉ้อโกงด้วย นางชม้อย จำคุกอยู่ในเรือนจำเพียง 7 ปี 11 เดือน 5 วัน เพราะได้รับการลดลงโทษ 2 ครั้ง และพ้นโทษเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2536

 

 

หลังจากเกิดคดีแชร์ชม้อย ได้มีการจัดตั้งพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2534 กล่าวคือ ทำให้การเล่นแชร์ถูกกฎหมาย โดยระบุห้ามนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์ ห้ามนายวงแชร์ตั้งวงเกิน 3 วง และจำกัดสมาชิกในวงแชร์ทุกวงเกิน 30 คน รวมจำกัดเงินกองกลางแชร์แต่ละงวดห้ามเกิน 300,000 บาท

 

 

แต่ดูเหมือนว่า เสพ = เล่นแชร์ จะกลายเป็นวิธีรวยทางลัดที่เกิดซ้ำซากไม่หยุดของคนไทยบางคนที่นอกจากหวังรวยทางลัด แต่ขาดสติเห็นแก่ของราคาถูกจนหลงกลโกง

 

 

ซินแสโชกุน ตุ๋นทัวร์ญี่ปุ่น ลอยแพคนเที่ยวแน่นสนามบิน ใช้มุกเดิม แต่ได้ "เหยื่อใหม่"

 

 

อีกหนึ่งคดีโกงแชร์ที่โด่งดังไม่แพ้กัน! เมื่อเกิดภาพข่าวผู้โดยสารรอขึ้นเครื่องบินอื้อ สรุปไม่ได้ไปเหตุเพราะถูกลอยแพ จนเกิดเป็นคดีความให้สังคมไทยได้ติดตาม เมื่อกลุ่มผู้เสียหายกว่า 30 คน เข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม หลังถูกเครือข่ายของนางสาวพิสิษฐ์ อริญชญ์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน เจ้าของบริษัทแชร์ลูกโซ่ เวลล์ เอฟเวอร์ หลอกขายทัวร์ไปท่องเที่ยวยังเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ในราคาตั้งแต่ประมาณ 9,000 - 20,000 บาท ระบุว่า เดินทางในวันที่ 11-16 เมษายน 2560 เป็นการเดินทางแบบเครื่องบินเช่าเหมาลำ แต่เมื่อมาถึงกลับไม่มีเที่ยวบิน ผู้เสียหายไม่สามารถเดินทางได้จนตกค้างอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กว่า 2,000 คน 

 

 

สำหรับวิธีกลโกลงในคดี "ซินแสโชกุน" มีหลายรูปแบบ อาทิ ชักชวนประชาชนให้เป็นสมาชิกธุรกิจบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ ซึ่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไม่รู้ว่าเป็นธุรกิจขายตรง โดยจะเสียค่าสมัครสมาชิก จำนวน 850 บาท แต่หากต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในราคาถูก ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 4,750 บาท ก่อนอ้างว่าจะเดินทางจริงในวันที่ 11-17 เมษายน 

 

 

โดยผู้เสียหายบางคนจะถูกหลอกลวงด้วยการให้ซื้อแพคเกจทัวร์โดยตรง ซึ่งใช้วิธีการซื้อผ่าน “เทรดเดอร์” คือการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการผ่านทางเว็บไซด์ ซึ่งจะมีมูลค่าของสินค้านั้น ๆ ที่เปรียบเป็นมูลค่าของเงิน เช่น ซื้อทัวร์ผ่านทางเทรดเดอร์ ในจำนวนเงิน 20,000 บาท และโอนเงินสดให้กับแม่ข่ายอีก 10,000 บาท 

 

 

ในคดีนี้ "ซินแสโชกุน" จำคุก 4,355 ปี และนี่คือรูปแบบกลโกง มุกเดิม ๆ แต่ได้ "เหยื่อใหม่" สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยเสพติดของราคาถูก เสพติดเล่นแชร์

 

 

แชร์แม่มณี ทำสวย หรู ดูแพง แต่โกงแชร์ สะท้อนอย่ามองแต่ภาพลักษณ์คน

 

 

สำหรับคดีแชร์แม่มณีโด่งดังไม่แพ้กัน! เมื่อ น.ส.วันทนีย์​ ทิพย์ประเวช​ หรือ เดียร์ หรือแม่มณี ได้ถ่ายคลิปพร้อมทนายความ ออกมาชี้แจงไปยังลูกแชร์ ระบุว่าที่ตนไม่สามารถคืนเงินลูกแชร์ได้เนื่องจากบัญชีถูกอายัด หลังมีข่าวแชร์แม่มณีวงแตก โดยในวันนี้ เธอได้เช็คอินที่บ่อนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเธอได้ปิดโทรศัพท์และไม่สามารถติดตามตัวได้ จุดเริ่มต้นของการขุดคุ้ยสู่คดีโด่งดังที่ต้องติดตาม

 

 

ด้วยภาพลักษณ์ของแม่มณีที่ปรากฎผ่านสื่อ ไปในทางค่อนข้างดี มีลุคเป็นนักธุรกิจ และผู้บริหารอายุน้อย คล้ายกับคนในแวดวงสังคม ซึ่งหากใครยังจำได้แม่มณีได้จัดงานเปิดตัว Manila แบรนด์เครื่องสำอางค์ของตัวเธอเอง ที่มีรูปแบบยิ่งใหญ่ มีการจ้างดาราดัง เซเล็บมากมายมาร่วมงาน จุดนี้เองทำให้ภาพลักษณ์ของเธอยิ่งดูน่าเชื่อถือ 

 

 

ส่วนวิธีการในการฉ้อโกงในคดีนี้ แม่มณีใช้วิธีในรูปแบบการลงทุนในลักษณะฝากเงิน ออมเงิน โดยจูงใจผู้คนด้วยการให้ดอกเบี้ยสูงกว่า 93% ทั้งยังมีระยะเวลาในการฝากเพียง 1 เดือน เช่น ฝาก 1,000 รับคืน 1,930 รับคืนทั้งต้นทั้งดอกเบื้ย พร้อมการโฆษณาชวนเชื่อ "โอนจริง โอนไว 100 % เครดิตแน่น ๆ ดอกเบี้ยงาม" ส่งผลให้มีผู้คนต่างระดมเงินที่มีฝากเงิน ออมเงินกับแม่มณี ซึ่งในช่วงแรก แม่มณีจ่ายตรงตามโฆษณาชวนเชื่อ กระทั่ง มีการบอกต่อกันแบบปากต่อปาก จนมีผู้คนผันตัวเป็นแม่ทีมระดมเงินจากเครือข่ายมาลงทุนเพื่อกินส่วนต่าง สุดท้ายแม่มณีถูกจับในที่สุด วงเงินความเสียหายในคดีแชร์แม่มณีสูงกว่า 1,300 ล้านบาท

 

 

และนี่คือกลโกงของเหล่ามิจฉาชีพ รวมทั้งประเด็นร้อนล่าสุด "ซ้อปลา" ที่หากวิเคราะห์ดูแล้ว รูปแบบ หรือวิธีการที่ใช้ในการหลอกล่อผู้คนเป็นวิธีเดิม ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย แต่สิ่งที่สะท้อนให้เห็นคือ เกิดเหยื่อใหม่เพิ่มขึ้น อาจเป็นไปได้ที่คนไทยบางส่วนอยากรวยทางลัด โดยไม่ศึกษา หรือขาดความรู้ ไม่เท่าทันกลโกงของเหล่ามิจฉาชีพ เสพติดการลงทุนทางลัด และขาดสติในการลงทุนอย่างมาก

 

 

เล่นแชร์ทั้งที ต้องเช็กให้ดี

 

เมื่อลดอาการเสพติดการเล่นแชร์ไม่ได้ ก็ต้องเพิ่มความรู้เกี่ยวกับกฎหมายในการเล่นแชร์ที่ถูกกฎหมายไว้ด้วย จะได้เท่าทันกลโกง โดยสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม เผยแพร่ความรู้ ก่อนเล่นแชร์ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก "สำนักงานกิจการยุติธรรม" โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

 

1. ห้ามนิติบุคคลเป็นท้าวแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์

 

ฝ่าฝืน : ปรับตั้งแต่ 1 เท่าหรือ 3 เท่าของกองกลางแต่ละงวดของทุกวงแชร์ ไม่น้อยกว่า 200,000 บาท และให้ศาลสั่งหยุดดำเนินการทันที

 


2. ห้ามโฆษณาหรือประกาศชี้ชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเล่นแชร์

 


ฝ่าฝืน : ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

 

 

3. ตั้งวงแชร์ได้ แต่ห้าม

 


- ห้ามตั้งวงแชร์รวมกันเกิน 3 วง

- ห้ามมีสมาชิกทุกวงรวมกันเกิน 30 คน

- ห้ามมีเงินกองทุนหรือเงินกองกลางต่อ 1 งวดรวมกันเกิน 300,000 บาท

- ห้ามท้าวแชร์ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น นอกจากเงินกองกลางการเล่นแชร์เท่านั้น ฝ่าฝืน : - จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- การเล่นแชร์จะตกเป็นโมฆะ ไม่มีผลบังคับตั้งแต่ต้น (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 150)

- ท้าวแชร์จะฟ้องเรียกลูกแชร์ให้ชำระค่าแชร์ที่ยังไม่ชำระไม่ได้

 


4. เช็คข้อมูลของท้าวแชร์ และ สมาชิกร่วมวงแชร์ ก่อนเล่น

 


เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ อาชีพ ฐานะทางการเงิน บัญชีธนาคาร อาชีพ ฐานะทางการเงิน

 

 

ท้าวแชร์หนีหรือโกง ต้องทำอย่างไร?

 

- มีเจตนาทำวงแชร์ และสมัครใจแล่นแชร์กัน แต่บริหารผิดพลาด : สมาชิกวงแชร์ฟ้องร้องคดีแพ่งเรียกเงินคืนได้

- ไม่มีเจตนาทำวงแชร์ และหลอกลวงตั้งใจเชิดเงินหนี : สมาชิกวงแชร์แจ้งความดำเนินคดีอาญาฐาน “ฉ้อโกง”

 

อย่าลืมเตรียม เอกสารหลักฐานที่ต้องเตรียม เมื่อถูกท้าวแชร์โกง

 

– หน้า Facebook , Page , Line ของท้าวแชร์ และคำเชิญชวนที่โพสต์ในออนไลน์

– ข้อมูลของท้าวแชร์ เช่น บัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร เบอร์โทรติดต่อ ที่อยู่

– สเตทเมนต์พร้อมไฮไลท์ยอดที่โอนให้ท้าวแชร์ ให้ตรงกับสลิปที่โอนเงินให้

– แยกยอดเงินระหว่างเงินส่งแชร์ และเงินที่ได้ดอกในวงแชร์ให้ชัดเจน

 

 

ลูกแชร์เปียแชร์แล้วหนี ทาวร์แชร์ทำยังไง?

 

- วงแชร์ : ต้องดำเนินการให้มีการเล่นแชร์ต่อไป

- ท้าวแชร์ : ต้องรับผิดชอบสำรองจ่ายแทน และฟ้องร้องคดีแพ่งไล่เบี้ยเงินจากลูกแชร์ที่หลบหนี หรือถ้าตั้งใจจะเชิดเงินตั้งแต่แรก ฟ้องร้องคดีอาญาฐาน “ยักยอกทรัพย์” (ตาม ป.อ. มาตรา 352)

 

 

โดนโกงแชร์แจ้งที่ไหน?

 

สำหรับช่องทางในการแจ้งความเมื่อโดนโกงแชร์ มี 3 ช่องทางดังนี้ 

 

  1. แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ที่สถานีตำรวจ
  2. ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ (การเล่นแชร์) สายด่วน 1359
  3. แจ้งความร้องทุกข์องที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (มูลค่าความเสียหายเกินกว่า 5 ล้านบาท)

 

 

 

หวังว่าคดีดังที่ผ่านมา จะเป็นข้อมูลให้ทุกคนได้รู้เท่าทัน ลดความเสี่ยงที่จะเกิดการฉ้อโกง หรือโกงแชร์ได้บ้าง เพราะตัวอย่างจากคดีดังสะท้อนให้เห็นว่า การหวังรวยทางลัด หรือหลงเชื่อของราคาถูก ทำให้ตกเป็นเหยื่อใหม่มากมาย เสียทั้งเวลาและเสียทั้งทรัพย์สิน ดังนั้น ตั้งสติไว้เสมอ "ไม่เชื่อ  ไม่รีบ ไม่โอน" ไว้ก่อน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ รวมทั้งอย่าลืมศึกษาข้อควรระวัง ความรู้ กลโกงบนโลกออนไลน์จากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้ตัวเองด้วย

 

 

รู้ให้ทันโกงแชร์กันนะ

 

 

ข้อมูล : มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, วิกิพีเดีย

ภาพ : มติชน, ข่าวสด

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง