รีเซต

“คลื่นความร้อน” ฆาตกรเงียบในยุคโลกเดือด คร่าชีวิตคนมากกว่าทุกภัยพิบัติรวมกัน

“คลื่นความร้อน”  ฆาตกรเงียบในยุคโลกเดือด คร่าชีวิตคนมากกว่าทุกภัยพิบัติรวมกัน
TNN ช่อง16
29 พฤษภาคม 2569 ( 10:00 )
12

ท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรงที่กำลังแผ่ปกคลุมหลายพื้นที่ของยุโรป นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า “ความร้อนสุดขั้ว” กำลังกลายเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อันตรายที่สุดของโลก และอาจคร่าชีวิตผู้คนมากกว่าพายุเฮอริเคน น้ำท่วม หรือพายุทอร์นาโดรวมกัน แม้จะไม่ทิ้งร่องรอยความเสียหายให้เห็นเหมือนภัยพิบัติชนิดอื่น จนถูกเรียกว่า “ฆาตกรเงียบ” ของยุคโลกร้อน


ข้อมูลระบุว่า ระหว่างปี 2000-2019 มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนจัดทั่วโลกเฉลี่ยปีละประมาณ 489,000 คน โดยกว่า 45% อยู่ในเอเชีย และอีก 36% อยู่ในยุโรป ซึ่งเป็นทวีปที่ร้อนเร็วที่สุดในโลก ขณะที่อัตราการเสียชีวิตจากความร้อนในยุโรปเพิ่มขึ้นราว 30% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้เสียชีวิตจริงอาจสูงกว่านี้มาก เนื่องจากหลายประเทศยังไม่มีระบบบันทึกข้อมูลที่ชัดเจน และผู้เสียชีวิตจำนวนมากมักไม่ได้ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับความร้อนโดยตรง


นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ร่างกายมนุษย์ต้องรักษาอุณหภูมิภายในไว้ที่ประมาณ 36.5 องศาเซลเซียส เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะระบายความร้อนผ่านเหงื่อและการขยายตัวของหลอดเลือด แต่เมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงเกินอุณหภูมิร่างกาย โดยเฉพาะในสภาวะชื้นสูง กลไกเหล่านี้จะทำงานได้ยากขึ้น เพราะเหงื่อระเหยได้ไม่ดี ส่งผลให้ร่างกายสะสมความร้อนมากเกินไป


หากเผชิญความร้อนต่อเนื่องโดยไม่ได้พักหรือคลายร้อน อาจนำไปสู่อาการ “เพลียแดด” ซึ่งมีอาการเวียนศีรษะ อ่อนแรง เหงื่อออกมาก และหากรุนแรงอาจกลายเป็น “ลมแดด” หรือ Heatstroke ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้


นอกจากอุณหภูมิสูงในเวลากลางวันแล้ว นักวิจัยยังเตือนว่า “อากาศร้อนตอนกลางคืน” กำลังกลายเป็นภัยใหม่ เพราะทำให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นตัวจากความร้อนในช่วงกลางวัน ส่งผลต่อคุณภาพการนอน สุขภาพจิต ระบบหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิต


ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกงในปี 2020 พบว่า หากเกิด “คืนที่มีอากาศร้อนจัด” ติดต่อกัน 5 คืน โดยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 28 องศาเซลเซียส จะเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตถึง 6.66%


นักวิทยาศาสตร์ยังระบุว่า ภาวะโลกร้อนทำให้ทั้ง “กลางวันร้อนขึ้น” และ “กลางคืนเย็นน้อยลง” โดยในช่วงปี 2014-2023 มีประชากรกว่า 2,400 ล้านคนทั่วโลก ที่ต้องเผชิญคืนร้อนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 2 สัปดาห์


กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และแรงงานกลางแจ้ง โดยองค์การยูนิเซฟเตือนว่า เด็ก 1 ใน 5 ของโลก หรือประมาณ 466 ล้านคน กำลังเผชิญวันที่ร้อนจัดมากกว่าคนรุ่นปู่ย่าตายายถึงสองเท่า


สำหรับผู้สูงอายุ ความสามารถในการระบายความร้อนของร่างกายจะลดลงตามวัย ขณะที่โรคประจำตัวและยาบางชนิดยิ่งเพิ่มความเสี่ยง ส่วนแรงงานกลางแจ้ง เช่น คนกวาดถนน คนงานก่อสร้าง หรือพนักงานเก็บขยะ ต้องเผชิญอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน จนเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำและลมแดด


นักวิจัยยังพบว่า “ความเหลื่อมล้ำ” เป็นอีกปัจจัยสำคัญของความเสี่ยงจากคลื่นความร้อน เพราะผู้มีรายได้น้อยมักอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองที่มีคอนกรีตหนาแน่น ขาดพื้นที่สีเขียว และไม่มีเครื่องปรับอากาศ


ในฮ่องกง ซึ่งกำลังเผชิญอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรด้านสังคมเปิดเผยว่า ผู้พักอาศัยใน “ห้องเช่ากรง” และห้องพักขนาดเล็กจำนวนมาก ต้องเผชิญอากาศร้อนจัดโดยไม่มีระบบระบายอากาศที่เพียงพอ โดยกว่า 90% ของผู้พักอาศัยกล่าวว่า รู้สึกป่วยเพราะอุณหภูมิในห้องสูงเกินไป


นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่คลื่นความร้อนจะ “ถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานขึ้น” จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และหากมนุษย์ยังไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทันเวลา ความร้อนสุดขั้วอาจกลายเป็นภัยพิบัติที่คร่าชีวิตผู้คนหลายล้านคนต่อปีในอนาคต


รายงานยังระบุว่า 11 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่โลกร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก โดยปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ และการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ อาจผลักดันให้อุณหภูมิโลกในปี 2026-2027 ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง