นายกฯ สั่งเร่งเปิด 3 ด่านไทย-ลาว โดยเร็ว เพิ่มการส่งออกสินค้ามากขึ้น

นายกฯ สั่งเร่งเปิด 3 ด่านไทย-ลาว โดยเร็ว เพิ่มการส่งออกสินค้ามากขึ้น
ข่าวสด
2 มีนาคม 2564 ( 15:50 )
19
นายกฯ สั่งเร่งเปิด 3 ด่านไทย-ลาว โดยเร็ว เพิ่มการส่งออกสินค้ามากขึ้น

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พิจารณาเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว 3 แห่ง คือ ด่านปากแซง จ.อุบลราชธานี ด่านเชียงคาน จ.เลย ด่านไหโศก จ.หนองคาย ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้เสนอตามที่ภาคเอกชนเสนอในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์

 

ทั้งนี้ ในที่ประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับเรื่องไปพิจารณาแนวทางการเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว 3 แห่ง โดยเร็วเพื่อเพิ่มการส่งออกสินค้ามากขึ้น โดยอาจเริ่มที่การเปิดเฉพาะการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน พร้อมมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วย

 

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขยายความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทย และกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของรัสเซีย เพื่อขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่จะเป็นประโยชน์ระหว่างไทยและรัสเซีย ครอบคลุมการพัฒนามาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น เพิ่มความหลากหลายและส่งเสริมการค้าสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีสูงและสินค้านวัตกรรม สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูป รวมถึงช่วยเหลือภาคธุรกิจในการแสวงหาสินค้าเฉพาะกลุ่มและตลาดใหม่

 

อีกทั้งยังติดตามการเปลี่ยนแปลงของการค้าระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อเตรียมคำแนะนำในการกำจัดอุปสรรคทางการค้า รวมถึงการพัฒนาข้อเสนอที่สำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์การค้าและเศรษฐกิจ, สร้างสภาพแวดล้อมทางการแข่งขันที่เท่าเทียมระหว่างผู้ส่งออกและผู้นำเข้าของทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงการอำนวยความสะดวกของสินค้าและบริการในการเข้าถึงของตลาดทั้ง 2 ฝ่ายอย่างไม่เลือกปฏิบัติ

 

นอกจากนี้ ยังเพิ่มเติมมาตรการให้เอกชนรู้เกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญด้านต่างๆ รวมทั้งความเป็นไปได้ในการจัดกิจกรรมของภาคธุรกิจ เช่น การศึกษาดูงาน ประชุมสัมมนา จับคู่ธุรกิจ การนำเสนอสินค้า เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเผยแพร่แนวปฏิบัติต่อกัน และโอกาสความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น ด้านนวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ และเศรษฐกิจดิจิทัล

 

ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาค รวมถึงระหว่างอาเซียนและสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย และด้านอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 2 ฝ่ายได้เห็นชอบตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 แสนล้านบาท ภายในปี 2566

ข่าวที่เกี่ยวข้อง