ประเทศไทยและโอกาสใหม่ในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้าน AI และ Data Center ในภูมิภาค

ปัจจุบันเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 19.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2030 ท่ามกลางการเติบโตนี้ ประเทศไทยซึ่งเป็นฐานะฐานการผลิต แหล่งท่องเที่ยว และศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค กำลังยกระดับตัวเองและได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับปัญญาประดิษฐ์ AI บริการคลาวด์ และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเห็นได้จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของประเทศไทย ในภาคดิจิทัลช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ที่พุ่งสูงถึง 8.73 แสนล้านบาท
โอกาสที่เปิดกว้างสำหรับประเทศไทย
โอกาสสำคัญของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง เกิดจากปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคในหลายมิติ แม้ว่าสิงคโปร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลหลักของอาเซียนมายาวนาน กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนพื้นที่และมีนโยบายพลังงานที่เข้มงวด ทำให้บริษัทเทคโนโลยีต้องมองหาพื้นที่ทางเลือกใหม่ที่มีศักยภาพ
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก และกฎหมายที่บังคับให้ต้องจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ ทำให้บริษัทข้ามชาติต้องกระจายความเสี่ยงและมาลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคมากขึ้น
การใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ต้องการศูนย์ข้อมูลที่รองรับพลังงานมหาศาล การขยายตัวของเทคโนโลยีจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซอฟต์แวร์ แต่หมายรวมถึงความต้องการพื้นที่อาคารและโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ซึ่งจะนำประโยชน์มาให้ธุกิจต่าง ๆ ในประเทศไทยตามไปด้วย
จุดแข็งที่ทำให้ไทยได้เปรียบในการแข่งขัน
ประเทศไทยสามารถดึงดูดโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้ด้วยจุดแข็งที่โดดเด่นและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ลงทุน ตัวอย่างเช่น ศูนย์ข้อมูลต้องการที่ดิน แหล่งจ่ายไฟฟ้าที่เสถียร ระบบน้ำประปา ระบบทำความเย็น และโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง
ประเทศไทยมีจุดแข็งอย่างมากในด้านนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านสาธารณูปโภค ท่าเรือ ถนน และพื้นที่อุตสาหกรรม
ก่อนหน้านี้ยังมีคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ออกมาตรการจูงใจ เช่น การลดหย่อนภาษีนิติบุคคล นอกจากนี้ยังมีกลไก "Fast Pass" ที่ออกแบบมาเพื่อลดระยะเวลาการอนุมัติและปรับปรุงการประสานงานสำหรับโครงการเชิงกลยุทธ์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดสรรพลังงาน การเข้าถึงที่ดิน และการขอใบอนุญาตต่าง ๆ
ปัจจุบันเชื่อหรือไม่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สร้างรายได้จากศูนย์ข้อมูลสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนที่ 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 71,500 ล้านบาท เป็นรองเพียงอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมยังประเมินว่ากำลังการผลิตศูนย์ข้อมูลของไทยอาจเพิ่มขึ้นสูงถึงประมาณ 2.6 กิกะวัตต์ โดยมีบริษัทรายใหญ่ระดับโลกและระดับภูมิภาคกำลังเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้าน AI และ Data Center ของประเทศไทยนั้น จะต้องมาพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง หากสามารถบริหารจัดการให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่เหล่านี้สำเร็จลุล่วงได้ตามแผน ประเทศไทยก็จะมีศักยภาพอย่างเต็มเปี่ยมในการเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งใหม่ของอาเซียนอย่างแท้จริง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
